เมื่อสาวๆ อายุเริ่มมากขึ้น สารเติมเต็มที่เคยหล่อเลี้ยงภายใต้ชั้นผิวมาตั้งแต่สมัยเยาว์วัยก็ค่อยๆ ลดลง ทำให้ผิวหน้าบริเวณต่างๆ เกิดริ้วรอยมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นบริเวณหางตา, มุมปาก, หน้าผาก ซึ่งบริเวณที่เห็นได้เด่นชัดกว่าส่วนอื่นๆ ก็คือ ร่องแก้ม ที่มักจะมีริ้วรอยร่องตื้นปรากฎให้เห็นชัดเจน จึงต้องหาวิธีแก้ไขต่างๆ นานา เพื่อกู้ผิวหน้าให้กลับมามีความเต่งตึง สุขภาพดี และดูอ่อนเยาว์กว่าวัยอีกครั้ง

โดยหนึ่งในนวัตกรรมที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน สำหรับการนำมาแก้ไขปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อยก็คือ การฉีดฟิลเลอร์เติมเต็มในชั้นผิว ซึ่งจะช่วยให้ผิวหน้าส่วนต่างๆ ที่มีริ้วรอย กลับมาเด้งฟู เรียบเนียน และกระชับเต่งตึงได้อีกครั้ง โดยวันนี้เราก็จะขอมาพูดถึงความสำคัญและข้อควรรู้ต่างๆ ของการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม หนึ่งในฟิลเลอร์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดของสาวๆ ในยุคปัจจุบัน ที่จะสามารถช่วยเติมเต็มร่องตื้นให้ผิวหน้ากลับมาสวยเป๊ะอีกครั้งได้อย่างปลอดภัย

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม คืออะไร ?

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม คือการฉีดสารฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็มส่วนที่ขาดหายบริเวณร่องแก้ม ให้บริเวณที่เป็นร่องตื้น และริ้วรอยต่างๆ เกิดการอิ่มฟู กระชับเด้งเต่งตึง ผิวจะอวบอิ่ม และมีน้ำมีนวลมากขึ้น ซึ่งสารฟิลเลอร์ที่นำมาใช้ฉีดลงบนชั้นผิวนั้น ก็คือสารเติมเต็มธรรมชาติประเภท Hyaluronic Acid ที่มีคุณสมบัติในการสร้างความยืดหยุ่นให้กับชั้นผิว ซึ่งจะสามารถช่วยเติมเต็มในส่วนที่ขาดหายไปได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่จับตัวเป็นก้อน ทำให้ผิวหน้าของคุณออกมาอ่อนเยาว์ แลดูสุขภาพดี ริ้วรอยต่างๆ ดูตื้นขึ้น จนไม่สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่า เรียกว่าเป็นนวัตกรรมที่จะช่วยตอบโจทย์สาวๆ วัย 30+ ที่มีปัญหาริ้วรอยบริเวณส่วนต่างๆ ให้สามารถมีผิวหน้าที่สวยเป๊ะได้อีกครั้ง

สารฟิลเลอร์ไฮยารูลอนที่นำมาฉีดนั้น เป็นสารที่มีความใกล้เคียงกับสารที่มนุษย์ผลิตขึ้นเอง จึงมีความปลอดภัยในการใช้ฉีดลงบนชั้นผิว เพราะนอกจากจะช่วยเติมเต็มชั้นผิวได้แล้ว ยังมีคุณสมบัติในการสลายหายไปตามธรรมชาติเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ทำให้ไม่มีสารตกค้างใดๆ หลงเหลืออยู่ในชั้นผิว

สารฟิลเลอร์ที่ใช้ในปัจจุบัน มีด้วยกันหลายยี่ห้อ ซึ่งก็มีคุณภาพที่แตกต่างกันออกไป โดยสารฟิลเลอร์บางชนิดก็เป็นสารที่ไม่ได้มาตรฐาน เป็นสารเลียนแบบของแท้ ซึ่งเมื่อนำมาฉีดแล้วอาจจะส่งผลกระทบต่อผิวหน้าของคุณได้ ทำให้เกิดผลข้างเคียงหรืออันตรายตามมา ดังนั้นหากคุณสาวๆ ต้องการมีผิวหน้าที่สวยเป๊ะ เนียนนุ่ม ขจัดปัญหาริ้วรอยต่างๆ บริเวณร่องแก้มได้อย่างอยู่หมัด ควรเลือกสารฟิลเลอร์ของแท้ที่ได้มาตรฐาน และเป็นสารที่ผ่านการรับรองความปลอดภัยจาก อย. มาแล้วเท่านั้น

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม คืออะไร ?

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม จะช่วยให้ผู้ฉีดได้เห็นผลลัพธ์ของริ้วรอยบริเวณร่องแก้มที่ดูตื้นขึ้น และผิวหน้าที่กระชับขึ้นทันทีหลังจากฉีดครั้งแรก โดยจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนมากขึ้นหลังจากฉีดไปแล้ว 1-2 สัปดาห์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ฟิลเลอร์เซ็ทตัวเรียบร้อยแล้ว ซึ่งสารที่ฉีดเข้าสู่บริเวณร่องแก้มนั้นจะคงสภาพยาวนานราวๆ 1 ปี หลังจากนั้นจะสลายหายไปตามธรรมชาติ และไม่ทิ้งสารตกค้างเอาไว้บนผิวหน้า ซึ่งถือเป็นว่าเป็นนวัตกรรมการเสริมความงามที่มีความปลอดภัยกับผิวหน้ามากที่สุด โดยคนไข้สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อแก้ไขปรับแต่งรูปทรงได้ตามต้องการ หรือกลับมาฉีดซ้ำหลังจารสารฟิลเลอร์สลายหายไปหมดแล้ว เพื่อให้สารฟิลเลอร์คงสภาพอยู่ภายใต้ชั้นผิวได้ยาวนานมากยิ่งขึ้น หากทำเป็นประจำก็จะสามารถยกกระชับผิวหน้าได้เทียบเท่ากับการผ่าตัดศัลยกรรมเลยทีเดียว

ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มคือ หากใช้สารที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่ผ่านการรับรองจาก อย. มาฉีด ก็อาจทำให้สารฟิลเลอร์ดังกล่าวจับตัวเป็นก้อนได้ ทำให้ใบหน้าผิดรูปทรง ผิดสัดส่วน เนื่องจากสารฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน ส่วนใหญ่แล้วจะไม่สามารถสลายหายไปตามธรรมชาติ และไม่สามารถใช้ยาสลายฟิลเลอร์ฉีดเพื่อให้สารสลายตัวได้ ถือเป็นสิ่งที่คนไข้ควรระมัดระวังให้ดี ไม่ควรเลือกแต่สารฟิลเลอร์ที่มีราคาถูกเพียงอย่างเดียว เพราะอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงอันตรายต่อตัวคุณได้

ข้อดี ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม อันตรายไหม ?

การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มจะอันตรายหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับสารฟิลเลอร์ที่นำมาฉีด หากสารดังกล่าวเป็นสารที่ไม่มีมาตรฐาน ก็อาจจะส่งผลทำให้ใบหน้าผิดรูปทรงได้ เพราะสารฟิลเลอร์จะจับตัวเป็นก้อน ไม่เคลื่อนไหวไปตามจุดต่างๆ บนผิวหน้าได้ดีเท่าสารฟิลเลอร์ที่เป็นของแท้ นอกจากนี้หากฉีดโดยผู้ที่ขาดประสบการณ์ก็อาจทำให้เกิดความผิดพลาดได้ง่าย โดยเฉพาะการฉีดไม่ตรงตำแหน่ง ย่อมทำให้ผลลัพธ์ออกมาไม่เป็นตามที่คาดหวังเอาไว้ หรือถ้าฉีดด้วยเครื่องมือที่ไม่สะอาด ก็อาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้เช่นกัน ดังนั้น หากต้องการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ควรเลือกฉีดในคลินิก หรือสถาบันเสริมความงามที่น่าเชื่อถือ มีรีวิวของผู้ที่เคยใช้บริการ และมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้คุณได้รับคำแนะนำ รวมไปถึงสามารถรักษาได้อย่างเหมาะสม

รวม Q/A อยากฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มไม่ให้พลาด ก่อนฉีดจำเป็นต้องรู้ข้อมูลเหล่านี้ !!

สาวๆ คนที่ไหนที่กำลังสนใจอยากฉีดฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็มความอิ่มฟูของผิวบริเวณร่องแก้ม ข้อมูลดังต่อไปนี้จะช่วยให้คุณรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม และจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้มากยิ่งขึ้น

Q : การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม มีวิธีการทำอย่างไร ?

A : การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม มีหลักในการฉีด 2 วิธี ดังนี้

1.ฉีดบริเวณกระดูกร่องแก้ม

เป็นวิธีการฉีดโดยใช้เข็มฉีดสวนขึ้นไปในชั้นผิวบริเวณดังกล่าวเพื่อให้เนื้อตรงบริเวณร่องแก้มถูกดึงขึ้นไป เป็นการฉีดที่จะช่วยยกเนื้อใต้ตาที่ตกลงมาให้กระชับมากขึ้นด้วย ทำให้ร่องแก้มดูตื้นขึ้น ถือเป็นวิธีฉีดที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะสามารถแก้ปัญหาผิวหน้าบริเวณร่องแก้มหย่อนคล้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้ใบหน้าดูกระชับมากยิ่งขึ้น

2.ฉีดบริเวณร่องแก้มโดยตรง

การฉีดบริเวณร่องแก้มโดยตรงนั้น เป็นการแก้ปัญหาผิวหน้าสูญเสียคอลลาเจน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาริ้วรอยร่องแก้ม รอยพับบริเวณผิวหนังเป็นเส้นๆ โดยวิธีนี้จำเป็นต้องอยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของแพทย์ที่มีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญในการฉีดฟิลเลอร์ เพราะไม่เช่นนั้นแล้วอาจจะฉีดผิดตำแหน่ง ทำให้การรักษาไม่เป็นผลได้

การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม มีวิธีการทำอย่างไร ?

Q : ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ช่วยรักษาริ้วรอย ร่องลึก ร่องตื้น ได้จริงหรือไม่ ?

A: เนื่องจากฟิลเลอร์ที่นำมาฉีดบริเวณร่องแก้มนั้น เป็นสารเติมเต็มธรรมชาติประเภท Hyarulonic Acid ที่มีความคล้ายคลึงกับสารที่มนุษย์ผลิตขึ้นเองได้ เมื่อฉีดเข้าไปบนผิวหน้าในส่วนต่างๆ แล้ว สารดังกล่าวก็จะทำหน้าที่หล่อเลี้ยงชั้นผิวด้านในให้มีความชุ่มชื้น ยืดหยุ่น และสามารถเติมเต็มชั้นผิวในส่วนที่มีปัญหาหย่อนคล้อยได้เป็นอย่างดี จึงช่วยปรับสภาพผิวที่มีริ้วรอย ทั้งร่องตื้นและร่องลึกได้ แต่จะสามารถรักษาให้หายขาดได้มากน้อยแค่ไหนนั้น ก็ต้องขึ้นอยู่กับปริมาณของสารฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไป และสภาพริ้วรอยบนผิวหน้าของแต่ละคนด้วย หากมีริ้วรอยเยอะ หรือมีร่องลึกมาก ก็ควรฉีดสารฟิลเลอร์ให้มีปริมาณที่พอเพียงในการไปเติมเต็มชั้นผิวดังกล่าวจึงจะสามารถเห็นผลได้อย่างดีเยี่ยม

Q : ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มดีอย่างไร ทำไมใครๆ ถึงนิยมฉีด ?

A : หากจะพูดถึงข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ก็คงต้องสาธยายกันยาว เพราะบนผิวหน้าของคนเรา ส่วนใหญ่จะประสบปัญหากับผิวหนังที่หย่อนคล้อย ทำให้ใบหน้าดูแก่เกินวัย ซึ่งบริเวณที่เห็นริ้วรอยได้ชัดมากที่สุดก็คือ บริเวณร่องแก้มที่มักจะหย่อนคล้อยลงมาจากบริเวณใต้ตา ทำให้เกิดเป็นชั้นแก้มที่ไม่ตึงกระชับ ทำให้รู้สึกว่าใบหน้าไม่สวยสดใส

การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม จึงเป็นตัวช่วยที่ดีในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยจะช่วยให้สาวๆ มีผิวหน้ากลับไปตึงเป๊ะเหมือนสมัยวัยแรกสาวได้ ด้วยการนำเอาสารฟิลเลอร์ที่มีความยืดหยุ่น ชุ่มชื้น ฉีดลงไปในชั้นผิวบริเวณร่องแก้ม เพื่อทำให้ผิวบริเวณใต้ตาถูกยกกระชับขึ้น ส่งผลให้ร่องแก้มที่หย่อนคล้อยดูตื้นขึ้นตามไปด้วย

วิธีนี้ถือเป็นวิธีที่เหมาะสมสำหรับผิวหน้าของสาวๆ ที่มีความหย่อนคล้อยและเห็นร่องแก้มชัดเจน เพราะจะสามารถเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นหลังจากทำเสร็จทันที โดยบริเวณร่องแก้มที่เคยเป็นร่องลึก จะแลดูตื้นขึ้น เนียนกระชับ เผยให้เห็นใบหน้าที่แลดูอ่อนกว่าวัย อีกทั้งการฉีดฟิลเลอร์ยังเป็นวิธีที่ทำได้รวดเร็ว ไม่ต้องเจ็บตัวมาก ไม่ต้องพักฟื้น และสารที่ฉีดลงไปนั้นก็สามารถอยู่ได้ยาวนาน 1-2 ปี โดยไม่จำเป็นต้องฉีดบ่อยๆ เพียงแค่ดูแลรักษาสุขภาพตามแพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด ก็จะช่วยให้คุณสาวๆ มีสุขภาพผิวหน้าที่ตึงเป๊ะ สวยปัง ตามใจสั่งได้อย่างที่ต้องการ

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มดีอย่างไร ทำไมใครๆ ถึงนิยมฉีด ?

Q : ผลข้างเคียงจากการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มที่ไม่ได้มาตรฐาน มีอะไรบ้าง ?

A : สารฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มในปัจจุบัน มีออกมาหลากหลายยี่ห้อ ซึ่งนอกจากจะมีของแท้ที่ได้มาตรฐานแล้ว ยังมีของปลอม คุณภาพต่ำ ราคาถูก ที่หลายๆ คนซึ่งขาดความรู้ความเข้าใจก็เลือกที่จะฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มราคาถูกเป็นหลัก เพราะรู้สึกประหยัดมากกว่าการฉีดฟิลเลอร์แพงๆ แต่การฉีดฟิลเลอร์ราคาถูก ที่ไม่ได้มาตรฐานนั้น อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงอันตรายต่างๆ ตามมมาได้ดังต่อไปนี้

1.ติดเชื้อ

การใช้สารฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐานอาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้ โดยเฉพาะฟิลเลอร์ที่บรรจุใส่ถุง รวมไปถึงเครื่องมือแพทย์ที่สะอาดไม่มากพอ ก็อาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้เช่นกัน ดังนั้นเพื่อให้ร่างกายของคุณปลอดภัยจากอาการติดเชื้อที่อาจจะเกิดขึ้น ควรเลือกคลินิกหรือสถาบันเสริมความงามที่มีความน่าเชื่อถือ และเลือกผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ที่เป็นของแท้ ได้มาตรฐานเท่านั้น

2.ฟิลเลอร์จับตัวเป็นก้อน

สารฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน เมื่อฉีดลงบนผิวหน้าแล้ว มีโอกาสจับตัวเป็นก้อนสูงมาก ซึ่งโดยส่วนใหญ่สารฟิลเลอร์เหล่านี้จะไม่สามารถสลายหายไปได้ตามธรรมชาติ เมื่อฉีดแล้วเกิดจับตัวเป็นก้อน ก็ยากที่จะรักษาหรือแก้ไขได้

3.เนื้อเยื่อบริเวณข้างเคียงได้รับความเสียหาย

การที่เนื้อเยื่อบริเวณข้างเคียงที่ฉีดเกิดความเสียหาย หรือเนื้อเยื่อตาย เกิดจากการที่สารฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐานเข้าไปอุดตันเส้นเลือด ทำให้เกิดผลกระทบต่างๆ ต่อเนื้อเยื่อ หากเกิดกรณีนี้ขึ้นควรรีบปรึกษาแพทย์โดยด่วนที่สุด ไม่เช่นนั้นแล้วอาจจะเกิดอันตรายกับตัวคุณได้

4.ตาบอด

สิ่งที่ร้ายแรงที่สุดในการฉีดฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐานก็คือ อาจทำให้ตาบอดได้ ดังนั้นการใช้สารฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐานนั้น ไม่ใช่เรื่องเล็กที่คุณมองข้ามได้ ควรศึกษาหาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจฉีด และเลือกฉีดด้วยสารฟิลเลอร์ของแท้ ที่ได้มาตรฐานและมีการรับรองความปลอดภัยจาก อย. จะเป็นการดีต่อตัวคุณมากที่สุด

ผลข้างเคียงจากการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มที่ไม่ได้มาตรฐาน มีอะไรบ้าง ?

Q : การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม เตรียมตัวก่อนฉีดอย่างไรบ้าง ?

A : ก่อนการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม คนไข้ควรเข้ารับคำปรึกษากับแพทย์ที่จะทำการฉีดเสียก่อน เพื่อประเมินความเสี่ยงของอาการข้างเคียงต่างๆ ในการฉีด จากการซักถามรายละเอียดส่วนตัวของคนไข้ เพราะสตรีมีครรภ์, สตรีที่กำลังให้นมบุตร, ผู้ที่มีประวัติแพ้ยาชาหรือสารฟิลเลอร์, ผู้ที่อยู่ในภาวะเลือดไหลไม่หยุด จะไม่สามารถทำการฉีดฟิลเลอร์ในทุกประเภทได้ ส่วนผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด จำเป็นต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดความปลอดภัยขณะฉีดมากที่สุด

Q : ฟิลเลอร์ร่องแก้ม ควรใช้แบบไหนดี ?

A : โดยปกติแล้ว ตามคลินิกและสถาบันเสริมความงามทั่วไป จะมีสารฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐานให้คุณได้เลือกใช้ในการฉีด แล้วแต่งบประมาณที่คุณมี โดยฟิลเลอร์บางประเภทนั้นเป็นฟิลเลอร์ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ ให้ผลลัพธ์ที่ดีและยาวนานกว่าฟิลเลอร์ประเภทอื่นๆ ซึ่งฟิลเลอร์ชนิดนี้จะมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง แต่ยังมีฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐานและราคาไม่สูงมากไว้คอยบริการเช่นกัน โดยคุณสามารถปรึกษากับแพทย์ก่อนการฉีดได้ว่าต้องการฉีดด้วยฟิลเลอร์แบบไหน ด้วยงบประมาณเท่าใด เพื่อให้แพทย์ตรวจประเมินเบื้องต้นและเลือกฉีดได้อย่างเหมาะสม

ฟิลเลอร์สำหรับนำมาฉีดร่องแก้มที่ใช้ในปัจจุบัน คือสารฟิลเลอร์ในกลุ่ม Hyaluronic Acid ที่มีความหนืดกลางๆ โดยมีความยืดหยุ่น นิ่ม และเซ็ทตัวง่าย เมื่อฉีดลงบนชั้นผิวแล้วก็จะช่วยให้ผิวหน้ามีรูปทรงกระชับอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ควรหลีกเลี่ยงการใช้ฟิลเลอร์แบบแข็งในการฉีด เพราะจะทำให้อยู่ไม่ตรงตำแหน่ง เกิดการคลาดเคลื่อน ลอย และดูไม่เป็นธรรมชาติ

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม ควรใช้แบบไหนดี ?

Q : ฟิลเลอร์ร่องแก้ม เมื่อฉีดเข้าสู่ชั้นผิวแล้วจะเป็นก้อนหรือไม่ ?

A : สาเหตุที่ฟิลเลอร์ร่องแก้มเมื่อฉีดลงบริเวณร่องแก้มแล้วจับตัวเป็นก้อนนั้น เกิดจากการที่มีปริมาณฟิลเลอร์เข้าสู่ชั้นผิวมากเกินไป หรืออาจจะฉีดด้วยเทคนิคที่ไม่ถูกต้อง ทำให้ฟิลเลอร์จับตัวเป็นก้อน อีกทั้งยังเกิดได้จากการใช้ฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐานจึงทำให้การกระจายตัวของฟิลเลอร์เป็นไปได้ค่อนข้างลำบาก ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาฟิลเลอร์จับตัวเป็นก้อน จึงควรเลือกฉีดกับแพทย์ที่มีความชำนาญและเลือกใช้ฟิลเลอร์ของแท้ที่ได้มาตรฐานเท่านั้น

Q : ฟิลเลอร์ร่องแก้ม บวมกี่วัน มีอาการข้างเคียงอื่นๆ อะไรบ้าง ?

A : หลังฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มแล้ว อาจจะมีอาการบวมเกิดขึ้นได้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ โดยอาการบวมที่เกิดขึ้นนั้นจะแตกต่างกันออกไปแล้วแต่บุคคล บางคนอาจจะไม่เกิดอาการบวมเลย บางคนอาจจะเกิดอาการบวมเล็กน้อย ซึ่งก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะอาการเหล่านั้นจะหายไปได้เอง หลังจากฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มไปแล้ว 3-4 วัน

แต่ถ้าหากคนไข้มีอาการปวดร่วมด้วยหลังจากฉีดฟิลเลอร์ สามารถรับประทานยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการได้ แต่ถ้าปวดแล้วหลายวันยังไม่หาย ก็ให้รีบขอคำปรึกษาจากแพทย์ที่ทำการฉีดฟิลเลอร์ให้กับคุณ เพื่อหาสาเหตุและรักษาอย่างเหมาะสม

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม บวมกี่วัน มีอาการข้างเคียงอื่นๆ อะไรบ้าง ?

Q : ฟิลเลอร์ร่องแก้ม ยี่ห้อไหนดี ?

A : ในปัจจุบันมีสารฟิลเลอร์สำหรับฉีดบริเวณร่องแก้มออกมาให้เลือกหลากหลาย ซึ่งคนไข้จำเป็นต้องเลือกแต่สารฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐาน ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยจากอย. เพื่อผลลัพธ์ที่ดี โดยสารฟิลเลอร์ที่เหมาะสำหรับนำมาฉีดเติมเต็มบริเวณร่องแก้มจากริ้วรอยต่างๆ ก็คือ ฟิลเลอร์ยี่ห้อ Juvederm Ultra Plus XC รุ่นผสมยาชา ซึ่งถือเป็นฟิลเลอร์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และมีให้บริการในคลินิกและสถาบันเสริมความงามชั้นนำทั่วไป โดยฟิลเลอร์รุ่นนี้มีความปลอดภัย ได้รับการยอมรับจากวงการแพทย์ ซึ่งคุณสมบัติของฟิลเลอร์ยี่ห้อนี้ก็คือ จะคงสภาพอยู่ภายใต้ผิวได้ยาวนานถึง 12 เดือน หลังจากนั้นจะสลายหายไปตามธรรมชาติ หรือถ้าคนไข้ต้องการเลือกฟิลเลอร์ที่คงสภาพได้นานมากกว่า ก็แนะนำเป็นฟิลเลอร์รุ่น Juvederm Voluma ที่มีประสิทธิภาพในการคงสภาพยาวนานใต้ชั้นผิวได้ยาวนานถึง 18 เดือน

Q : ฟิลเลอร์ร่องแก้ม ใช้กี่ CC ?

A : เนื่องจากใบหน้าของคนเรามีความแตกต่างกัน จึงไม่สามารถตอบได้ว่า การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มแต่ละครั้งนั้นใช้จำนวนกี่ CC บางคนอาจจะใช้มาก ใช้น้อย ขึ้นอยู่กับสภาพของพื้นผิวร่องแก้มที่ต้องการแก้ไข ผู้ที่ต้องการฉีดจึงจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ก่อนการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มทุกครั้ง เพื่อให้แพทย์สามารถตรวจประเมินได้ว่า ควรใช้ปริมาณของฟิลเลอร์กี่ CC ในการรักษา แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว ปริมาณของฟิลเลอร์เริ่มต้นในการรักษาจะอยู่ที่ราวๆ 0.5 CC ขึ้นไป

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม ใช้กี่ CC ?

Q : ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ที่ไหนดี ?

A : สิ่งสำคัญในการเลือกคลินิกหรือสถาบันความงามสำหรับการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มคือ อันดับแรก คุณควรศึกษาข้อมูล รายละเอียด และรีวิวการรักษาของคลินิกหรือสถาบันเสริมความงามนั้นๆ อย่างถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจเข้ารับการฉีดฟิลเลอร์ โดยต้องเช็คว่า สถานที่นั้นมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในการฉีดฟิลเลอร์หรือไม่ เพื่อให้แพทย์สามารถตรวจและประเมินการรักษาของคุณได้อย่างตรงจุดมากที่สุด

นอกจากนี้ ควรตรวจสอบว่าสารฟิลเลอร์ที่คลินิกหรือสถาบันเสริมความงามนั้นๆ ใช้เป็นสารฟิลเลอร์ยี่ห้อไหน ประเภทใด มีคุณภาพได้มาตรฐานหรือไม่ เพื่อความปลอดภัยของตัวคนไข้เอง ที่สำคัญก็คือต้องเป็นสถานที่ที่มีอุปกรณ์เครื่องมือทันสมัย มีเครื่องมือช่วยชีวิตพร้อม หากเกิดกรณีฉุกเฉิน และต้องมีรีวิวในการรักษาจากผู้ที่เคยมาใช้บริการ เพื่อให้คนไข้สามารถตัดสินใจได้ง่ายยิ่งขึ้น และเกิดความสบายใจในการรักษามากที่สุด

Q : หากฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มแล้วไม่พอใจในผลลัพธ์ สามารถแก้ไขได้หรือไม่ ?

A : การฉีดฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐานนั้นสามารถแก้ไขโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ หากคนไข้รู้สึกไม่พอใจในผลลัพธ์ เพราะแพทย์จะสามารถใช้สารสลายฟิลเลอร์ในการสลายฟิลเลอร์เดิมให้แปรสภาพเป็นน้ำแล้วซึมออกมาบริเวณผิวหนัง โดยการฉีดสลายฟิลเลอร์นั้น ต้องอยู่ภายใต้ดุลยพินิจของแพทย์ และต้องฉีดโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเท่านั้น ไม่เช่นนั้นแล้ว นอกจากฟิลเลอร์เดิมจะไม่สลาย อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงอันตรายอื่นๆ ตามมาแทนได้

หากฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มแล้วไม่พอใจในผลลัพธ์ สามารถแก้ไขได้หรือไม่ ?

Q : ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ราคาเท่าไหร่ ?

A : สารฟิลเลอร์ที่นำมาฉีดร่องแก้มนั้น มีราคาแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับคุณภาพ ประสิทธิภาพของสารฟิลเลอร์ ยกตัวอย่างเช่น ฟิลเลอร์ยี่ห้อ Juvederm ที่สามารถคงสภาพอยู่ภายในชั้นผิวได้ยาวนานถึง 12 เดือน ราคาจะอยู่ที่ CC ละ 9,900 บาท ส่วนฟิลเลอร์ Juvederm Voluma ที่อยู่ภายในชั้นผิวได้ยาวนาน 18 เดือนนั้น ราคาจะอยู่ที่ CC ละ 13,000 บาท โดยคนไข้สามารถเลือกยี่ห้อฟิลเลอร์ในการฉีดเพื่อเติมเต็มร่องแก้ม ได้ตามระยะเวลาที่ต้องการ และตามงบประมาณที่มีในกระเป๋าได้

Q : ฟิลเลอร์ร่องแก้ม สังเกตได้อย่างไรว่าเป็นของแท้หรือไม่ ?

A : วิธีสังเกตฟิลเลอร์ร่องแก้มที่นำมาฉีดในคลินิกหรือสถาบันเสริมความงามต่างๆ นั้น สามารถทำได้ง่ายๆ ดังนี้

1.สังเกตดูที่บริเวณกล่องฟิลเลอร์ หากมีฉลากภาษาไทยติดอยู่บนกล่องและมีราคาระบุชัดเจน พร้อมกับวันหมดอายุข้างกล่อง ฟิลเลอร์นั้นถือว่าเป็นฟิลเลอร์ของแท้

2.แพทย์จะต้องแกะกล่องฟิลเลอร์ใหม่ทุกครั้ง ไม่ใช่ฟิลเลอร์จากบรรจุภัณฑ์อื่น หากเป็นฟิลเลอร์ที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์ประเภทอื่นๆ เช่น ถุงพลาสติก, กล่องหรือภาชนะต่างๆ ฟิลเลอร์นั้นอาจจะเป็นฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐานหรือเป็นฟิลเลอร์ปลอมได้

3.ฟิลเลอร์ยี่ห้อดังๆ เช่น Juvederm, Restylane, Perfectha จะมีสติ๊กเกอร์ติดอยู่บนกล่อง และเลข Lot ผลิตที่ข้างกล่องและตัวหลอด คุณสามารถสังเกตบริเวณตำแหน่งเหล่านี้เพื่อเพิ่มความมั่นใจว่าเป็นของแท้จริงๆ โดยสามารถขอเช็คจากแพทย์หรือพยาบาลด้วยตัวคุณเองก่อนทำการฉีดทุกครั้ง

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม สังเกตได้อย่างไรว่าเป็นของแท้หรือไม่ ?

Q : การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ดีกว่าการทำเลเซอร์หรือไม่ ?

A : การทำเลเซอร์จะสามารถเห็นผลได้ชัดเจนก็ต่อเมื่อทำติดต่อกันเป็นประจำ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จะค่อยเห็นความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น แต่ข้อเสียของการทำเลเซอร์นั้นคือ จะทิ้งรอยแผลไว้บนผิวหน้าของคนไข้ และต้องใช้เวลาดูแลรักษาตัวมากเป็นพิเศษ เพื่อให้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ แต่สำหรับการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มนั้น ถือเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุอย่างแท้จริง โดยสารเติมเต็มที่ถูกฉีดเข้าสู่ชั้นผิวจะตรงเข้าไปยกกระชับใบหน้าบริเวณร่องแก้มทันที คุณจึงสามารถเห็นผลลัพธ์ได้หลังจากทำครั้งแรก แต่ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มก็คือ คุณจะต้องกลับมาฉีดซ้ำในทุก 1 หรือ 2 ปี เพื่อยกกระชับใบหน้าให้อยู่ในสภาพเดิมตลอดเวลา เพราะสารฟิลเลอร์ที่ใช้ฉีดนั้นไม่ใช่สารที่คงสภาพถาวร โดยสามารถสลายหายไปตามธรรมชาติได้นั่นเอง


LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here