หากพูดถึงฟิลเลอร์ (filler) หลายคนก็คงจะเคยชินกับการฉีดฟิลเลอร์บริเวณร่องแก้ม หรือส่วนต่างๆ บนใบหน้าที่มีความหย่อนคล้อย หรือรอยเหี่ยวย่นต่างๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว คุณทราบหรือไม่วา ฟิลเลอร์หรือสารไฮยารูลอนนั้น สามารถฉีดได้ทุกบริเวณบนใบหน้าและตามส่วนต่างๆ ของร่างกายเพื่อปรับสภาพผิวให้กระชับมากขึ้น และเพื่อลดรอยเหี่ยวย่นก่อนวัย โดยเฉพาะในสาวๆ ที่อายุเกิน 30 มักจะฉีดฟิลเลอร์เพื่อยกกระชับใบหน้าและส่วนอื่นๆ ที่ต้องการ เพื่อให้ตัวเองดูเด็กลง โดยหนึ่งในบริเวณที่ได้รับความนิยมในการฉีดฟิลเลอร์ นอกเหนือไปจากร่องแก้ม, ใต้ตา, หน้าผากแล้ว ก็คือ บริเวณคาง ซึ่งเป็นบริเวณที่สามารถฉีดฟิลเลอร์เพื่อปรับรูปทรงของคางให้มีความเรียวกระชับ ได้รูปทรงที่สวยงามมากขึ้น

ฟิลเลอร์คาง

ฉีดฟิลเลอร์คาง คืออะไร?

ฟิลเลอร์คาง คือนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ถือเป็นทางลัดสำหรับสาวๆ ที่อยากมีรูปหน้าที่สวยเรียวกระชับทันใจ ใช้เวลาไม่นาน ด้วยการนำสารไฮยารูลอนที่มีความใกล้เคียงกับสารที่ร่างกายมนุษย์สร้างขึ้นเองได้ มาฉีดบริเวณคาง เพื่อให้เกิดรูปทรงของคางที่สวยกระชับ เรียว ยาวมากขึ้น โดยสามารถเห็นผลได้ทันทีหลังทำ ซึ่งจะเห็นมากเห็นน้อยนั้น ก็ขึ้นอยู่กับปริมาณของสารฟิลเลอร์ที่ใช้ฉีด การฉีดฟิลเลอร์คางนั้นเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาคางเป็นก้อน คางไม่เท่ากัน หรือคางสั้นเกินไป โดยสามารถใช้ฟิลเลอร์ฉีดเพื่อปรับขนาดให้มีความความสมดุลมากขึ้นได้

ฉีดฟิลเลอร์คาง คืออะไร?

ข้อดี-ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์คาง

ข้อดีและข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์คาง มีดังนี้

ข้อดี ฟิลเลอร์คาง จะช่วยปรับรูปคางให้กระชับเรียวขึ้นได้ทันทีหลังทำ โดยผลลัพธ์ที่ได้นั้นจะมีความใกล้เคียงกับการผ่าตัดเสริมคาง แต่เป็นวิธีที่ปลอดภัยและเจ็บน้อยกว่า นอกจากนี้ยังไม่ต้องพักฟื้นหลังฉีด สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ผู้ที่ต้องการเสริมโหงวเฮ้งบนใบหน้าก็สามารถฉีดฟิลเลอร์คางเพื่อปรับรูปคางและรูปหน้าได้ด้วยเช่นกัน

ข้อเสีย หากผู้ที่ฉีดฟิลเลอร์คางขาดความชำนาญ ไม่ใช่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่เคยฉีดฟิลเลอร์มาก่อน ก็อาจจะเกิดความผิดพลาดระหว่างการฉีดได้ หากฉีดในปริมาณมาก ก็อาจจะทำให้ฟิลเลอร์จับตัวเป็นก้อน ไม่เป็นรูปทรงที่ตามต้องการ หรือถ้าฉีดด้วยความรุนแรง ก็อาจจะทำให้ใบหน้าตามส่วนต่างๆ ที่ฉีดมีอาการบวมหรือเกิดรอยแดงได้ นอกจากนี้หากใช้เข็มที่ไม่สะอาด ไม่ได้มาตรฐาน ก็จะทำให้เกิดอาการติดเชื้อได้ง่ายเช่นกัน

ฉีดฟิลเลอร์คาง อันตรายไหม ?

ฉีดฟิลเลอร์คางไม่อันตราย หากใช้สารธรรมชาติในการฉีด และฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะแพทย์ที่มีประสบการณ์ในการฉีดจะใช้สารฟิลเลอร์ที่ผ่านการรับรองความปลอดภัยตามมาตรฐาน อย. และใช้อุปกรณ์เครื่องมือที่สะอาด ทันสมัย ปลอดเชื้อ อีกทั้งแพทย์ยังมีเทคนิคในการฉีดที่สามารถปั้นรูปทรงของคางให้เป็นรูปทรงที่ลูกค้าต้องการได้ และปั้นได้เข้ากับรูปหน้ามากที่สุด ดังนั้นหากต้องการความปลอดภัยในการฉีดฟิลเลอร์ ควรฉีดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ในสถาบันเสริมความงาม, คลินิก หรือโรงพยาบาลที่มีความน่าเชื่อถือเท่านั้น ซึ่งจะเป็นการดีต่อตัวผู้ฉีดฟิลเลอร์คางมากที่สุด

ฉีดฟิลเลอร์คาง อันตรายไหม ?

รวม Q/A เกี่ยวกับฟิลเลอร์คาง ข้อมูลสำคัญที่คนอยากฉีดฟิลเลอร์คาง ต้องรู้ก่อนฉีด !

Q : ฟิลเลอร์คาง ฉีดเพื่ออะไร?

A : ฟิลเลอร์คาง เป็นตัวช่วยในการปรับรูปหน้าให้ดูเรียวมากขึ้น ซึ่งได้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกับการผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคาง โดยใช้เวลาในการฉีดไม่นาน แล้วแต่ความชำนาญการของแพทย์ที่ทำการฉีด โดยการฉีดฟิลเลอร์คางนั้น เป็นการใช้สารเติมเต็มที่มีชื่อว่า ไฮยารูลอน หรือ HA มาฉีดลงบนผิวหน้าในส่วนต่างๆ ซึ่งฉีดได้กับทุกส่วน เพราะสารไฮยาลูรอนนั้น มีอยู่ในชั้นผิวหนังของมนุษย์เราทุกคน แต่จะมีปริมาณน้อยลงเรื่อยๆ เมื่ออายุมากขึ้น ทำให้ต้องฉีดทนแทนเข้าไปในชั้นผิว เพื่อปรับสภาพให้ผิวยังตึงกระชับ ดูอ่อนกว่าวัยอยู่ตลอดเวลา

โดยปกติแล้ว ฟิลเลอร์จะสลายหายไปได้ตามธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยการันตีความปลอดภัยให้กับผู้ฉีดได้เป็นอย่างดีว่า ไม่มีสารตกค้างหลงเหลือบนชั้นผิวอย่างแน่นอน แต่ถ้าหากฉีดฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือฉีดฟิลเลอร์ปลอม สารที่ฉีดลงบนใบหน้าอาจจะจับตัวเป็นก้อน ทำให้ใบหน้าบริเวณที่ฉีดผิดรูปทรงได้ ดังนั้น ควรฉีดฟิลเลอร์ที่มีมาตรฐานรับรองจาก อย. เท่านั้น เพื่อความปลอดภัยของตัวผู้ที่ทำการฉีด และเพื่อให้เห็นผลลัพธ์ของผิวหน้าที่ยกกระชับ ปรับรูปหน้าเรียวสวยได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ฟิลเลอร์คาง ฉีดเพื่ออะไร?

Q : การฉีดฟิลเลอร์คาง เหมาะสำหรับใคร?

A: การฉีดฟิลเลอร์คาง เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาคางสั้น คางไม่สมส่วน หรือคางผิดรูป การฉีดสารเติมเต็มเข้าไปในชั้นผิวบริเวณคางจะสามารถช่วยทำให้รูปทรงที่ผิดเพี้ยนของคางเกิดความเรียวกระชับ สมส่วน และสวยงามได้รูป ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์คางนั้น นอกจากจะทำให้คางเรียวสวยแล้ว ยังทำให้ใบหน้าดูกระชับ และมีมีติมากขึ้นด้วยเช่นกัน

Q : ฉีดฟิลเลอร์ดีจริงหรือไม่?

A : การฉีดฟิลเลอร์คางได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน จากหนุ่มๆ สาวๆ ที่ต้องการมีใบหน้าตึงกระชับ เรียบเนียน เป็นรูปทรงสวยงาม แต่ไม่ต้องการผ่าตัดศัลยกรรมเนื่องจากกลัวเจ็บ เพราะการฉีดฟิลเลอร์นั้นเจ็บน้อยกว่าการผ่าตัดศัลยกรรม อีกทั้งยังเห็นผลลัพธ์ที่รวดเร็วหลังจากการฉีด โดยผลลัพธ์ที่ได้บางครั้งไม่แตกต่างจากการผ่าตัดศัลยกรรม อีกทั้งยังไม่ต้องพักฟื้น สามารถแต่งหน้า และใช้ชีวิตได้ตามปกติหลังฉีด

ดังนั้น ฟิลเลอร์คางจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด สำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปทรงใบหน้า ยกกระชับผิวให้เรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ โดยการฉีดฟิลเลอร์คาง 1 ครั้ง สารฟิลเลอร์จะอยู่ภายในชั้นผิวของคนเราประมาณ 12-18 เดือน ก่อนจะสลายหายไปตามธรรมชาติ ซึ่งถือเป็นสารที่มีความปลอดภัยกับผิวหน้า เพราะเมื่อสลายไปแล้วก็จะไม่ทิ้งสารอันตรายตกค้างเอาไว้ภายในชั้นผิวแต่อย่างใดนั่นเอง

ฉีดฟิลเลอร์ดีจริงหรือไม่?

Q : ข้อดีของฟิลเลอร์คาง มีอะไรบ้าง?

A : การฉีดฟิลเลอร์คาง มีข้อดี ดังนี้

1.เห็นผลหลังการฉีดทันที

โดยคุณจะสามารถเห็นผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจได้หลังจากการฉีดทันที รูปคางที่ไม่สมส่วน หรือเนื้อคางที่ไม่เรียวสวยดังใจ จะอยู่ในสภาพที่เรียวกระชับ และเป็นรูปเป็นทรงที่สวยงามมากขึ้น

2.ใบหน้าดูอ่อนกว่าวัย

การฉีดฟิลเลอร์คางจะช่วยให้ใบหน้าของคุณดูอ่อนกว่าวัย เพราะเป็นการฉีดปรับรูปหน้าให้มีความเรียวเล็ก มีความสมส่วน อีกทั้งยังช่วยในเรื่องการเก็บริ้วรอยบริเวณคางที่ทำให้ใบหน้าดูมีอายุได้ดี เมื่อฉีดแล้วคุณจะรู้สึกได้ทันทีว่าใบหน้ามีความอ่อนเยาว์มากขึ้น

3.ใช้เวลาในการฉีดรวดเร็ว

การฉีดฟิลเลอร์นั้นใช้เวลาไม่นาน โดยแพทย์ส่วนใหญ่จะใช้เวลาราวๆ 10-30 นาที นอกจากนี้ยังมีการทายาชาก่อนฉีด ทำให้คุณไม่รู้สึกเจ็บขณะที่ทำการฉีดฟิลเลอร์คาง

4.ไม่มีสารตกค้างบนผิวหน้า

เนื่องจากฟิลเลอร์นั้นจะสลายไปตามธรรมชาติครบตามอายุของมัน บางชนิดอยู่ได้ 1 ปี บางชนิดอยู่ได้ 2 ปี หลังจากนั้นสารฟิลเลอร์ที่ฉีดก็จะสลายหายไป 100% โดยไม่ทิ้งสารใดๆ ไว้บนผิวหน้า ซึ่งคุณสามารถกลับมาฉีดใหม่ได้ตามความต้องการ หากต้องการให้สารอยู่ภายใต้ชั้นผิวกึ่งๆ ถาวร ก็ควรฉีดทุกๆ 1-2 ปี

5.ไม่ต้องพักฟื้นหลังจากการฉีด

หลังจากฉีดเสร็จแล้ว คุณสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติสามารถแต่งหน้าได้ ไม่ต้องพักฟื้นแต่อย่างใด แต่ถ้าหากมีอาการบวมหรือรอยแดง ก็รอสักประมาณ 3-7 วัน รอยเหล่านั้นจะจางหายไปเอง

ข้อดีของฟิลเลอร์คาง มีอะไรบ้าง

Q : ข้อควรระวังในการฉีดฟิลเลอร์คาง มีอะไรบ้าง?

A : การฉีดฟิลเลอร์คาง แม้จะดีสำหรับการปรับรูปหน้าของสาวๆ ให้เข้าที่เข้าทาง มีความตึงกระชับอย่างที่ต้องการได้ แต่ก็ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีคางสั้นมากหรือผู้ที่ไม่มีเนื้อคางเลย เพราะฟิลเลอร์คางจะทำให้คางยาวขึ้นได้ไม่เกิน 1 เซนติเมตร หากฉีดมากเกินกว่า 1 เซนติเมตรก็อาจจะส่งผลทำให้คางยาวผิดรูป มีความเรียวแหลมไม่เป็นธรรมชาติได้ ดังนั้นคุณจำเป็นต้องประเมินก่อนฉีดกับแพทย์โดยตรงทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย

การฉีดฟิลเลอร์หนึ่งครั้ง จะสามารถอยู่ได้ประมาณ 12-18 เดือน ดังนั้นหากต้องการคงรูปทรงของคางเอาไว้ ควรหมั่นกลับมาฉีดฟิลเลอร์คางกับแพทย์ตามระยะเวลาที่กำหนด โดยหลังจากการฉีดแล้ว หากผู้ที่รับการฉีดต้องการให้สารฟิลเลอร์คงสภาพอยู่ได้นานๆ แนะนำให้ดื่มน้ำมากๆ หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีอุณหภูมิสูงหรืออากาศร้อนจัด รวมไปถึงที่ที่มีอากาศเย็นจัดด้วยเช่นกัน อาทิเช่น ซาวน่า, เดินตากแดดหรืออยู่ท่ามกลางหิมะเป็นเวลานาน

การฉีดฟิลเลอร์คางจำเป็นต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้แพทย์สามารถประเมินได้ว่า จุดไหนควรฉีดมากน้อยแค่ไหน จะช่วยให้รูปหน้าออกมามีความสมดุล ไม่ผิดรูปทรง อีกทั้งแพทย์จะใช้สารฟิลเลอร์ที่มีคุณภาพ ได้รับรองมาตรฐานจากอย. ในการฉีด ทำให้คุณสามารถฉีดได้อย่างสบายใจ และมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ข้อควรระวังในการฉีดฟิลเลอร์คาง มีอะไรบ้าง

Q : ฉีดฟิลเลอร์คาง มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง?

A : การฉีดฟิลเลอร์คาง ในระหว่างที่แพทย์ฉีดฟิลเลอร์คางนั้น คุณอาจจะรู้สึกเจ็บจี๊ดๆ เล็กน้อยตอนฉีดยาชา จากนั้นแพทย์จะให้คุณนอนพักสักครู ก่อนเริ่มลงมือฉีดฟิลเลอร์เพื่อจัดรูปทรงของคางให้เข้าที่ โดยจะใช้เวลาในการฉีดทั้งหมดไม่เกิน 30 นาที แล้วแต่ความชำนาญของแพทย์ หากแพทย์ที่ฉีดฟิลเลอร์เป็นประจำอยู่แล้ว ก็อาจจะใช้เวลาเพียงแค่ 10 นาทีก็เสร็จแล้ว โดยคุณจะสามารถสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของคางที่เรียวกระชับมากขึ้นทันทีหลังจากฉีดเสร็จ จากนั้นก็สามารถกลับบ้าน และใช้ชีวิตตามปกติได้

ในกรณีที่หน้าเกิดมีอาการบวม รอยแดง หรือรอยช้ำ จากกระบวนการฉีด หรือเกิดอาการปวดหลังจากฉีด สามารถรับประทานแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการได้ ส่วนอาการบวม รอยแดง หรือรอยช้ำนั้นจะหายเป็นปกติหลังจากฉีดไม่กี่วัน

สตรีมีครรภ์ หรืออยู่ในระหว่างการให้นมบุตร รวมไปถึง ผู้ทีมีปัญหาเลือดออกง่าย เลือดไหลไม่หยุด มีประวัติแพ้ยาชา หรือรับประทานยาละลายลิ่มเลือดมาก่อนหน้านี้ ควรเหลีกเลี่ยงการฉีดฟิลเลอร์ทั้งบริเวณคางและในส่วนอื่นๆ ของร่างกาย เพราะอาจจะเกิดอาการข้างเคียงอันตรายได้

ฉีดฟิลเลอร์คาง มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง

Q : ฉีดฟิลเลอร์คาง บวมกี่วัน?

A : อาการบวมที่เกิดขึ้นหลังจากฉีดฟิลเลอร์เสร็จแล้ว อาจจะเกิดขึ้นในบางคน โดยในบางคนอาจจะไม่มีอาการดังกล่าวเกิดขึ้นเลย แต่ถ้าหากมีอาการบวมหลังจากฉีดก็ไม่ต้องตกใจไป เพราะเกิดมาจากวิธีในการฉีดที่เข็มอาจจะสะกิดโดนผิวหน้าแรงเกินไป ซึ่งรอยบวมจากการฉีดนั้นจะหายไปได้เองภายใน 3-7 วัน หลังจากใบหน้าของคุณก็จะกลับมาเข้าที่สวยงาม

Q : ฉีดฟิลเลอร์คาง มีผลข้างเคียงหรือไม่?

A : ผลข้างเคียงหลังจากฉีดฟิลเลอร์คางนั้น หากฉีดด้วยสารธรรมชาติที่ได้รับมาตรฐานความปลอดภัยจาก อย. ก็จะไม่พบอันตรายข้างเคียงใดๆ โดยคนไข้สามารถกลับบ้านแล้วใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ถ้าหากฉีดด้วยสารฟิลเลอร์ที่เป็นฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือเป็นของปลอม ก็อาจจะทำให้เกิดผลข้างเคียงเช่นใบหน้าผิดรูป หรือฟิลเลอร์จับตัวเป็นก้อนหลังฉีดได้ ดังนั้นควรเช็คให้ดีกับทางคลินิกหรือสถาบันเสริมความงามก่อนการฉีดว่า ฟิลเลอร์ที่ใช้ฉีดนั้นเป็นของแท้ ที่ได้รับมาตรฐานอย. จริงหรือไม่ เพื่อความสบายใจในการฉีดฟิลเลอร์คาง

ฉีดฟิลเลอร์คาง มีผลข้างเคียงหรือไม่

Q : ฉีดฟิลเลอร์คางแล้วไม่พอใจ สามารถแก้ไขได้หรือไม่?

A : ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ที่แตกต่างจากการผ่าตัดศัลยกรรมคือ เมื่อฉีดแล้วรู้สึกไม่พอใจในผลลัพธ์สามารถมาแก้ไขใหม่ได้อย่างง่ายดาย ต่างจากการผ่าตัดศัลยกรรมที่ถ้าผิดพลาดแล้วอาจจะแก้ไขไม่ได้อีก โดยการแก้ไขฟิลเลอร์คางบริเวณที่คุณรู้สึกไม่พอใจในผลลัพธ์ที่ได้นั้น ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ โดยเฉพาะแพทย์คนเดิมที่เคยฉีดให้คุณในครั้งแรก เพราะแพทย์จะสามารถแก้ไขได้อย่างตรงจุด ซึ่งถ้าหากคุณรู้สึกว่ารูปทรงของคางที่ฉีดดูยาวเกินไป แพทย์ก็จะนำเอาสารสลายฟิลเลอร์มาฉีดให้ฟิลเลอร์บริเวณดังกล่าว กระจายตัวออกไปได้ ทำให้คางคุณกลับมาเป็นรูปทรงปกติเหมือนเดิม หรือถ้าหากอยากฉีดแก้ซ้ำ ก็สามารถแจ้งแพทย์ให้แก้ไขใหม่ได้เช่นกัน แต่ต้องอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์ ว่าควรแก้ไขทันทีหรือไม่

Q : ฉีดฟิลเลอร์คาง อันตรายหรือไม่?

A : ฉีดฟิลเลอร์คาง จะปลอดภัยหรือไม่ปลอดภัยนั้น ขึ้นอยู่กับความชำนาญของแพทย์เป็นหลัก เพราะถ้าแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญมาก ก็จะสามารถฉีดฟิลเลอร์คางด้วยความระมัดระวัง สามารถประเมินได้ว่าบริเวณไหนควรฉีดเท่าไหร่ เพื่อให้ใบหน้าของคุณออกมามีความสมดุลกันมากที่สุด และเพื่อให้คางไม่แหลม เรียว ยาว มากเกินไป หากฉีดกับแพทย์ที่ขาดความชำนาญการ หรือฉีดกับผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ในการฉีดมาก่อน ก็อาจจะเกิดความผิดพลาดระหว่างการฉีดได้ง่าย อาทิเช่น ฉีดแล้วฟิลเลอร์คางจับตัวเป็นก้อน ใบหน้าเบี้ยวผิดรูปทรง หรือฉีดไม่ตรงตามจุดที่ต้องการ

อีกทั้งสารฟิลเลอร์ที่ใช้นั้น หากไม่ใช่สารธรรมชาติที่ได้รับการรับรองความปลอดภัยจากอย. เมื่อนำมาฉีดเข้าบนผิวหน้าแล้ว ก็อาจจะทำให้เกิดอาการข้างเคียงอันตรายต่างๆ ตามมาได้ ฉีดแล้วอาจจะทำให้คางเสียรูป ยิ้มแล้วฟิลเลอร์จับตัวเป็นก้อน ดูไม่เป็นธรรมชาติ หรือสารฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจจะสลายไปก่อนเวลาอันควรก็เป็นได้ ทำให้คุณจำเป็นต้องกลับมาฉีดซ้ำก่อนเวลาที่เหมาะสม

ฉีดฟิลเลอร์คาง อันตรายหรือไม่

Q : ฉีดฟิลเลอร์คาง ดีกว่าผ่าตัดเสริมคางหรือไม่?

A : การฉีดฟิลเลอร์คางเป็นการฉีดเพื่อปรับรูปคางให้มีความเรียว กระชับ รับกับใบหน้า เป็นการฉีดสารธรรมชาติที่มีความปลอดภัยกับผิวหน้า ซึ่งสามารถสลายไปได้ตามธรรมชาติ ดังนั้นจึงถือเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการปรับความกระชับของใบหน้าด้วยวิธีการที่ไม่เจ็บ และเห็นผลอย่างรวดเร็ว

ในขณะที่การผ่าตัดเสริมคางนั้น คุณจะต้องใช้เวลาในการพักฟื้นค่อนข้างนาน กว่าจะกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้ ก็อาจจะใช้เวลาเป็นเดือน และผลลัพธ์ที่คุณได้ หากไม่พอใจก็ทำการแก้ไขได้ยาก แตกต่างจากฟิลเลอร์ที่สามารถใช้สารสลายฟิลเลอร์เพื่อทำการแก้ไขจุดที่ผู้ทำการฉีดไม่พอใจได้

ผู้ที่ทำการฉีดฟิลเลอร์จำเป็นต้องพิจารณาความต้องการของตนให้ถี่ถ้วนก่อนว่าต้องการเสริมคางในลักษณะไหน หากอยากได้คางที่สวย กระชับ อยู่ได้ถาวร และต้องการเลือกการผ่าตัดเสริมคาง ก็ต้องยอมรับผลที่จะตามมาให้ได้ด้วยเช่นกัน อาทิเช่น แก้ไขรูปทรงหลังจากการผ่าตัดได้ยากหรือแก้ไม่ได้เลย เป็นต้น แต่ถ้าหากต้องการความปลอดภัยในการเสริมคาง สามารถแก้ไขได้ตลอดเวลา ก็ควรเลือกฟิลเลอร์คาง จะเป็นการดีที่สุด

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นวิธีการฉีดฟิลเลอร์คางหรือผ่าตัดเสริมคาง คนไข้ควรเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนที่จะทำหัตถการในทุกๆ ประเภท และปรึกษาแพทย์อย่างใกล้ชิดทุกครั้ง เพื่อให้การรักษาและผลลัพธ์ออกมาตรงตามความต้องการมากที่สุด อีกทั้งเพื่อดูว่าคุณมีความพร้อมในการทำหัตถการเหล่านี้มากน้อยแค่ไหน เพราะผู้ที่มีปัญหาสุขภาพบางชนิดที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอาการข้างเคียงนั้น จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงการฉีดฟิลเลอร์คางและการผ่าตัดเสริมคาง เพื่อความปลอดภัย

ฉีดฟิลเลอร์คาง ดีกว่าผ่าตัดเสริมคางหรือไม่?

Q : ฉีดฟิลเลอร์คาง ใช้กี่ CC ?

A : การฉีดฟิลเลอร์คาง จำเป็นต้องได้รับการประเมินจากแพทย์ผู้ดูแลเคสก่อนฉีดทุกครั้ง เพื่อคำนวณปริมาณที่เหมาะสมในการฉีด และประเมินเนื้อบริเวณคางของคุณว่าสามารถฉีดได้มากน้อยแค่ไหน ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ตรงตามความต้องการของคนไข้ โดยปกติแล้วฟิลเลอร์คางที่ใช้กันนั้นจะอยู่ราวๆ 1 CC ต่อการฉีด 1 ครั้ง และควรใช้สารฟิลเลอร์ที่มีความคงตัวสูง เพื่อให้สามารถคงสภาพอยู่ในชั้นผิวได้ยาวนาน

Q : ฟิลเลอร์คางอยู่ได้นานเท่าไหร่ ?

A : การฉีดฟิลเลอร์คาง 1 ครั้ง หากฉีดด้วยสารธรรมชาติที่ได้มาตรฐาน ก็จะสามารถคงสภาพอยู่ได้ยาวตั้งแต่ 1-2 ปีเลยทีเดียว แต่ถ้าฉีดด้วยสารที่ไม่มาตรฐาน ฉีดด้วยฟิลเลอร์ปลอม สารดังกล่าวก็อาจจะหายไปจากผิวหน้าภายในระยะเวลา 6 เดือน ทำให้คุณจำเป็นต้องกลับมาฉีดบ่อยครั้ง ทำให้สิ้นเปลืองมากขึ้นไปอีก

ฟิลเลอร์คางอยู่ได้นานเท่าไหร่ ?

Q : ฉีดฟิลเลอร์คาง แบบไหนดี ?

A : ฟิลเลอร์ที่ผ่านการรับรองความปลอดภัยจาก อย. ที่นิยมใช้กันในปัจจุบันนั้น มีทั้งที่อยู่ได้ 1 ปี, 1 ปีครึ่ง และ 2 ปี ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ฉีดลงบนชั้นผิว และบริเวณที่ฉีด รวมไปถึงการพฤติกรรมหลังฉีดของคนไข้ว่าดูแลตัวเองมากน้อยแค่ไหน เพราะถ้าหากฉีดฟิลเลอร์คางที่คงสภาพได้ 2 ปี แต่ไม่ดูแลตัวเองเลย สารฟิลเลอร์ที่ฉีดไปก็จะสลายหายไปได้ง่าย

โดยฟิลเลอร์ที่มีมาตรฐานอย. นั้นจะสามารถสลายหายไปตามธรรมชาติได้ 100% ภายในระยะเวลา 1-2 ปี ซึ่งถือเป็นระยะเวลาที่ปลอดภัยสำหรับการอยู่ภายใต้ผิวหนัง หากสารฟิลเลอร์ที่ฉีดนั้นมีประสิทธิภาพมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งคงสภาพได้ยาวนาน อีกทั้งฉีดแล้วก็ไม่เคลื่อนที่ ไหลไปรวมกัน และไม่เกิดการระคายเคืองต่อผิวอีกด้วย ดังนั้น ก่อนทำการฉีดฟิลเลอร์ทุกครั้ง ควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ที่ทำการฉีด เพื่อประเมินว่าควรฉีดมากน้อยแค่ไหน และเพื่อประเมินว่าควรใช้สารฟิลเลอร์ชนิดใดในการฉีด


LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here