สถาบันความงามในยุคปัจจุบันนี้ มีการใช้เทคนิคต่างๆ เข้ามาช่วยเสริมความงามให้กับใบหน้าสาวๆ หลากหลายรูปแบบ ทั้งการศัลยกรรมตกแต่ง, การทำเลเซอร์หรือการทำทรีทเมนต์ ซึ่งก็ล้วนแล้วแต่ให้ผลลัพธ์ในแบบที่แตกต่างกันออกไป โดยหนึ่งในนวัตกรรมเสริมความงามที่ได้รับความนิยมเป็นลำดับต้นๆ ในยุคนี้ก็คือ การฉีดฟิลเลอร์ ซึ่งถือเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้ผิวหน้าของสาวๆ ที่เหี่ยวย่น มีริ้วรอยก่อนวัย หรือมีร่องลึก ร่องตื้น และความหย่อนคล้อย กลับมามีสภาพผิวที่กระชับเต่งตึง แถมผิวยังเปล่งปลั่ง สดใส แลดูอ่อนเยาว์ได้อีกครั้ง ว่าแต่ฟิลเลอร์คืออะไร อันตรายไหม มีข้อดี-ข้อเสียอย่างไรบ้าง สาวๆ คนไหนที่สนใจอยากฉีดฟิลเลอร์ วันนี้เรามีสาระน่ารู้ดีๆ มาฝากให้คุณได้ศึกษาทำความเข้าใจก่อนฉีดอย่างครบวงจรแล้ว เป็นอย่างไรบ้างนั้น ตามไปดูกันเลย

ฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์ คืออะไร?

ฟิลเลอร์ (filler) คือ สารเติมเต็มบนผิวหน้าที่มีคุณสมบัติช่วยเติมเต็มช่องว่างให้กับเซลล์ผิวหนัง เมื่อฉีดเข้าไปบนผิวแล้วก็จะช่วยปรับรูปทรงของใบหน้า โดยเฉพาะในส่วนที่ฉีดให้มีความเรียบเนียนกระชับ จากผิวหน้าที่หย่อนคล้อย มีริ้วรอย ก็จะเด้งฟู เกิดการยกกระชับขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยสารที่นำมาฉีดนั้นก็เป็นสารประเภท Hyaluronic Acid (HA) ที่มีความใกล้เคียงกับสารที่มีอยู่ในร่างกายคนเรา จึงสามารถฉีดได้อย่างปลอดภัย ไม่เกิดอันตรายตามมา

โดยในปัจจุบันก็มีฟิลเลอร์ที่ผลิตออกมาหลากหลายยี่ห้อ ซึ่งแต่ละยี่ห้อก็ล้วนแล้วแต่มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป ตามราคา ซึ่งผู้ฉีดสามารถเลือกได้ตามความต้องการในบริเวณที่ฉีด และตามงบประมาณของคุณ แต่ทั้งนี้ก็ควรเลือกฟิลเลอร์ที่เป็นของแท้เท่านั้น เพื่อความปลอดภัยกับผิวหน้า และเพื่อไม่ให้เกิดผลข้างเคียงอันตรายในการใช้ตามมา ดังนั้น จึงคุณจำเป็นต้องสังเกตดีๆ ก่อนการฉีดทุกครั้ง ว่าฟิลเลอร์ที่ฉีดนั้นเป็นของแท้หรือไม่

ฟิลเลอร์ คืออะไร?

ฟิลเลอร์เหมาะสำหรับฉีดตำแหน่งใดบ้าง?

ฟิลเลอร์เป็นสารธรรมชาติประเภท HA โดยสามารถฉีดลงบนผิวหน้าได้ทุกส่วน เพื่อแก้ไขจุดบกพร่องที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผิวหน้า ลำคอ ตลอดจนส่วนอื่นๆ อย่างเช่น ต้นแขน ต้นขา และสะโพก เป็นต้น แต่ทั้งนี้ก็ควรอยู่ในความพิจารณาของแพทย์ว่าเหมาะสมจะฉีดในแต่ละส่วนมากน้อยเพียงใด เพราะพื้นฐานร่างกายของทุกคนไม่เหมือนกัน หากฉีดโดยพลการ ก็อาจทำให้เกิดอันตรายตามมาได้

ฟิลเลอร์เหมาะสำหรับฉีดตำแหน่งใดบ้าง?

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์คือ จะทำให้ผิวหน้าที่หย่อนคล้อย มีริ้วรอยร่องลึก ร่องตื้นตามๆ เกิดความตึงกระชับได้อย่างรวดเร็วทันใจ โดยคุณสามารถสังเกตเห็นได้ถึงผิวหน้าที่มีความกระชับมากขึ้นในทันทีหลังจากฉีดเสร็จ อีกทั้งสารที่ใช้ฉีดเข้าสู่ผิวหน้านั้นก็จะสามารถคงอยู่ได้ยาวนานหลายเดือน จึงไม่จำเป็นต้องกลับมาฉีดซ้ำบ่อยๆ เรียกว่าฉีดครั้งเดียวก็สามารถปรับรูปหน้าได้ตามที่คุณต้องการได้อย่างเห็นผล

ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์

ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์คือ หากฉีดในปริมาณที่มากเกินกว่าจำเป็น ก็อาจทำให้สารฟิลเลอร์ที่เข้าไปสู่ผิวหนังในบริเวณที่ฉีดจับตัวเป็นก้อน ส่งผลให้เกิดความผิดปกติของรูปหน้า ดังนั้น การฉีดฟิลเลอร์ทุกครั้ง จึงควรอยู่ภายใต้ความดูแลของแพทย์เพื่อให้ฉีดได้อย่างเหมาะสมตรงตำแหน่ง และเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตรงตามที่คุณต้องการ

ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์

รวม Q/A ที่คนอยากฉีดฟิลเลอร์ ต้องรู้ก่อนฉีด !

เพื่อให้การฉีดฟิลเลอร์ออกมาได้ประสิทธิภาพ ไม่ให้พลาดหรือเกิดปัญหาตามมา เราก็ได้รวบรวมคำถามและคำตอบเกี่ยวกับข้อสงสัยต่างๆ ที่หลายคนอยากรู้เกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์มาฝาก ดังนี้

Q : ฟิลเลอร์ อันตรายไหม?

A : เนื่องจากฟิลเลอร์เป็นสารที่ผลิตจากธรรมชาติ ไม่ใช่สารสังเคราะห์ หรือสารเคมีอันตราย ฉีดแล้วจึงไม่เกิดอันตรายต่อผิวหน้า แต่ต้องตรวจตราทุกครั้งก่อนฉีดว่า ฟิลเลอร์ที่คุณฉีดไปนั้นเป็นของแท้หรือไม่ ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยจาก อ.ย. หรือเปล่า มิเช่นนั้น คุณอาจจะเจอฟิลเลอร์ปลอม ที่ก่อให้เกิดอันตรายกับผิวได้นั่นเอง อีกทั้งการฉีดฟิลเลอร์จะเกิดอันตรายก็เมื่อ คุณซื้อมาฉีดเอง หรือฉีดโดยแพทย์ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญก็อาจจะเสี่ยงต่อการฉีดในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม ทำให้เกิดอันตรายตามมาได้ ดังนั้นไม่ว่าคุณจะฉีดฟิลเลอร์บริเวณใด มากน้อยแค่ไหน เพื่อความปลอดภัย ควรฉีดฟิลเลอร์แท้ และฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ในการฉีดฟิลเลอร์มาก่อนแล้วเท่านั้น

ฟิลเลอร์ อันตรายไหม?

Q : ไม่กล้าฉีดฟิลเลอร์ เพราะกลัวไหลไปยังส่วนอื่นของใบหน้า เป็นได้จริงหรือไม่?

A: ฟิลเลอร์สามารถไหลไปยังส่วนอื่นของใบหน้าได้จริง แต่ที่ไหลนั้น คือฟิลเลอร์ของปลอม โดยเป็นการเลียนแบบคุณภาพของฟิลเลอร์แท้ แต่ประสิทธิภาพในการคงตัวใต้ชั้นผิวนั้น ไม่สามารถเทียบเท่าของแท้ได้ เมื่อฉีดฟิลเลอร์ปลอมหรือฟิลเลอร์เลียนแบบเข้าสู่ผิวหน้าก็อาจทำให้ฟิลเลอร์ไหลไปยังส่วนอื่นๆ ของใบหน้าได้ ถือเป็นอันตรายโดยอาจจะทำให้เกิดผลข้างเคียงต่างๆ ตามมา เช่น ใบหน้าผิดรูป, ตาบอด เป็นต้น ดังนั้น ทุกครั้งที่ฉีดฟิลเลอร์ คุณควรเช็คให้มั่นใจก่อนว่า ฟิลเลอร์ที่คุณนำมาฉีดนั้นเป็นของแท้หรือไม่ โดยฟิลเลอร์แท้จะต้องผ่านการรับรองจากอ.ย.มาแล้วเท่านั้น

ฉีดฟิลเลอร์

Q : หากเข้าใกล้ความร้อนจะทำให้ฟิลเลอร์ละลาย จริงหรือไม่?

A : โดยทั่วไปแล้ว ใบหน้าของเราไม่ใช่ส่วนที่จะสัมผัสกับความร้อนโดยตรงอยู่แล้ว จึงมีโอกาสน้อยมาก ที่ฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปในผิวหน้าจะละลายด้วยการสัมผัสถูกความร้อน แต่สำหรับริมฝีปากนั้น ถือเป็นอวัยวะเพียงส่วนเดียวบนใบหน้าที่มีโอกาสในการสัมผัสความร้อนได้มากที่สุด เช่น การรับประทานอาหารหรือจิบเครื่องดื่มร้อนๆ ซึ่งใครที่ฉีดฟิลเลอร์ริมฝีปาก ก็ควรจะต้องระมัดระวังมากกว่าคนที่ฉีดฟิลเลอร์ในส่วนอื่นๆ เพราะฟิลเลอร์ที่บริเวณปากนั้น เมื่อสัมผัสความร้อนเป็นประจำบ่อยๆ ทุกวัน ก็อาจจะสลายไปเร็วกว่ากำหนดได้นั่นเอง

หากเข้าใกล้ความร้อนจะทำให้ฟิลเลอร์ละลาย จริงหรือไม่?

Q : การฉีดฟิลเลอร์ ต้องทำกี่ครั้งจึงจะเห็นผล?

A : การฉีดฟิลเลอร์สามารถเห็นผลได้ตั้งแต่ในครั้งแรกที่ทำ ซึ่งถือเป็นวิธีการยกกระชับผิวหน้าในราคาที่ไม่สูงมาก ทำให้สาวๆ พอใจอย่างมากในผลลัพธ์ที่ได้ เพราะหลังจากที่ฉีดครั้งแรก ก็จะเห็นถึงผลของการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น ผิวหน้าบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์จะมีความอิ่มฟู ร่องลึก ร่องตื้นและริ้วรอยต่างๆ ดูจางลง โดยเฉพาะผู้ที่ฉีดฟิลเลอร์เสริมจมูก คุณจะได้รูปทรงของจมูกที่สวยโด่งทันใจหลังจากทำเสร็จทันที ราวกับไปผ่าตัดเสริมจมูกมายังไงยังงั้นกันเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการฉีดฟิลเลอร์จะเห็นผลในครั้งแรกที่ฉีดก็จริง แต่ก็ต้องมาพบแพทย์ตามนัดเพื่อติดตามผลหลังการฉีดว่าควรจะฉีดเพิ่มตรงไหนอีกหรือไม่ โดยคุณสามารถสังเกตผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจนที่สุดในช่วงหลังจากฉีดประมาณ 1 สัปดาห์ และการฉีดฟิลเลอร์ 1 ครั้ง คุณก็จะมีผิวหน้าที่สวย กระชับ เนียนเรียบและอ่อนเยาว์ยาวนานถึง 6-12 เดือนเลยทีเดียว

การฉีดฟิลเลอร์ ต้องทำกี่ครั้งจึงจะเห็นผล?

Q : ถ้าฉีดฟิลเลอร์แล้วไม่ฉีดอีก จะทำให้หน้ายิ่งเหี่ยวหนักกว่าเดิม จริงหรือไม่?

A : สำหรับความเชื่อที่ว่า หากฉีดฟิลเลอร์ไปแล้ว 1 ครั้งแล้วไม่กลับมาฉีดอีก ผิวหน้าจะเหี่ยวลงกว่าเดิม ความเชื่อนี้ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เพราะสารฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปในผิวหน้า ไม่ได้มีผลที่จะทำให้ผิวหน้าเหี่ยวย่นมากขึ้น เพราะคุณสมบัติของฟิลเลอร์คือ การช่วยเติมเต็มผิวหน้าที่มีร่องรอยบริเวณต่างๆ ให้กระชับมากขึ้น

และฟิลเลอร์แท้ที่ฉีดเข้าไป ก็จะสลายหายไปเองจนหมดสิ้นโดยไม่ทิ้งสิ่งตกค้างเอาไว้บนผิว จึงมั่นใจได้ว่า หลังจากที่สารสลายไปแล้ว จะไม่มีสิ่งแปลกปลอมใดหลงเหลืออยู่ ดังนั้น ฟิลเลอร์ไม่ได้มีผลทำให้ผิวหน้าของคุณเหี่ยวลงกว่าเดิมอย่างแน่นอน แต่หากคุณไม่ได้ฉีดฟิลเลอร์ต่อเนื่องกัน ผิวหน้าของคุณก็จะกลับมาสู่สภาพเดิม แต่จะอยู่ในสภาพที่ดีกว่าก่อนที่จะเข้ารับการฉีดฟิลเลอร์ครั้งแรกแน่นอน

ถ้าฉีดฟิลเลอร์แล้วไม่ฉีดอีก จะทำให้หน้ายิ่งเหี่ยวหนักกว่าเดิม จริงหรือไม่?

Q : การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ ทำได้อย่างไรบ้าง?

A : หลังการฉีดฟิลเลอร์ ไม่จำเป็นที่จะต้องพักฟื้น ฉีดเสร็จแล้วก็สามารถแต่งหน้าและใช้ชีวิตได้ตามปกติ เพียงแต่อาจจะมีขั้นตอนของการดูแลผิวหน้าเพิ่มเติมขึ้นมาเล็กน้อย ดังนี้

1.หลังจากฉีดฟิลเลอร์ไปแล้ว 48 ชั่วโมง ไม่ควรออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมที่ก่อให้เกิดเหงื่อ เพราะเหงื่อที่ไหลออกมานั้น อาจส่งผลกระทบต่อสารฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไป อีกทั้งยังไม่ควรไปอยู่ในที่ที่มีแสงแดดร้อนๆ หรืออุณหภูมิสูง เพราะจะทำให้สารฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปสลายลงเร็วกว่าเดิม

2.หลังจากฉีดฟิลเลอร์ไปแล้ว 48 ชั่วโมง ไม่ควรใช้มือ คุ้ย แคะ แกะ เกา นวดหรือคลึงบริเวณที่ฉีด เพราะอาจจะทำให้ตัวยาที่ฉีดเข้าไปมีการเคลื่อนตำแหน่งไปจากเดิมได้

3.ในช่วง 4 วันแรกหลังจากการฉีด ควรดื่มน้ำมากๆ เพราะยิ่งดื่มน้ำมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีน้ำเข้าไปจับโมเลกุลของฟิลเลอร์ในผิวหน้ามากขึ้นเท่านั้น ทำให้ฟิลเลอร์มีอายุในผิวหน้าของคุณที่ยืนยาวมากกว่าเดิม และทำให้ผิวเปล่งปลั่ง มีออร่าอย่างเป็นธรรมชาติ

4.ในช่วง 1 สัปดาห์แรกหลังจากการฉีด ให้คุณหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารเสริมบางชนิด เช่น ใบแปะก๊วย น้ำมันพริมโรส โสม วิตามินอี และกระเทียม เพราะอาหารเหล่านี้อาจจะส่งผลเสียกับฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไป โดยเฉพาะกับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนประกอบของ AHA BHA ที่อาจทำให้ผิวบางมากขึ้น ก็ควรหลีกเลี่ยงที่จะใช้ในช่วงนี้ เพราะการทาครีมที่มีสารประเภทนี้ผสมอยู่จะทำให้เกิดอันตรายต่อผิวบริเวณที่ฉีดได้

5.ในช่วง 1 สัปดาห์แรกหลังจากฉีด ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาที่มีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น ไอบูโพรเฟน แอสไพริน เพราะอาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้

6.ในช่วง 1 สัปดาห์แรกหลังจากฉีด ควรหลีกเลี่ยงการแว๊กซ์ ถอน หรือย้อมสีขน ในบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ เพราะอาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองบนผิวหนังบริเวณดังกล่าวได้ นอกจากนี้ยังเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่ายด้วยเช่นกัน

7.ในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังจากการฉีด ไม่ควรอาบอุ่นหรือปล่อยให้ผิวหน้าบริเวณที่ฉีดโดนน้ำอุ่น และไม่ควรเข้าห้องอบซาวน่า ห้องสตรีม หรือเดินกลางแดดจัดๆ แต่ถ้าพ้น 2 สัปดาห์แรกไปแล้ว ก็สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ

8.ในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังการฉีด ควรงดดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด

9.สำหรับผู้ที่ฉีดฟิลเลอร์บริเวณปาก ควรหลีกเลี่ยงการจูบที่เน้นแรงกระแทกในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังจากการฉีด รวมไปถึงควรงดสูบบุหรี่ด้วยเช่นกันในช่วงเวลาดังกล่าว เพราะการสูบบุหรี่ในผู้ที่ฉีดฟิลเลอร์ปากมานั้น อาจทำให้ฟิลเลอร์ทำงานได้อย่างไม่เต็มที่ ส่งผลให้เกิดผลลัพธ์ไม่ดีเท่าที่ควร

การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ ทำได้อย่างไรบ้าง?

Q : ฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐานจะอยู่ได้นานแค่ไหน?

A : หลายๆ คนคงสงสัยว่าการฉีดฟิลเลอร์ 1 ครั้งจะอยู่ได้นานมากแค่ไหน คำตอบก็คือ ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการฉีด ว่าเป็นของแท้หรือไม่ ถ้าฉีดฟิลเลอร์ปลอมสารจะอยู่ได้ไม่ถึง 6 เดือนก็จะสลายไปหมดแล้ว แต่ถ้าเป็นของแท้ที่ได้มาตรฐาน ก็จะขึ้นอยู่กับปริมาณการฉีด ราคาของฟิลเลอร์ และคุณสมบัติของฟิลเลอร์ยี่ห้อนั้นๆ ว่าจะสลายหมดไปภายในระยะเวลากี่เดือน ซึ่งโดยปกติแล้ว สาร Hyaluronic Acid ที่ฉีดเข้าไปนั้น จะมีการย่อยสายตามกระบวนการทางธรรมชาติภายในระยะเวลา 6-12 เดือน

ฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐานจะอยู่ได้นานแค่ไหน?

Q : ฉีดฟิลเลอร์ได้ที่บริเวณไหนบ้าง?

A : ฟิลเลอร์จัดเป็นสารธรรมชาติที่มีความปลอดภัยกับการฉีดเข้าไปยังผิวหนังในส่วนต่างๆ จึงเหมาะสำหรับฉีดได้ในทุกๆ ส่วน แต่ก็ต้องอยู่ภายใต้ความดูแลของแพทย์ที่จะพิจารณาความเหมาะสมในบริเวณต่างๆ ที่ฉีดลงไป ว่าควรฉีดมากน้อยแค่ไหน หรือจำเป็นที่จะต้องฉีดหรือไม่ โดยสามารถแยกเป็นบริเวณที่สามารถฉีดเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ดังต่อไปนี้

1.บริเวณขมับ

ฉีดเพื่อแก้ไขปัญหาขมับตอบ ขมับยุบ หรือแก้ปัญหารอยตีนกา ฉีดแล้วจะทำให้ขมับของคุณมีรูปโค้งสวยรับกับใบหน้า เติมเต็มส่วนที่พร่องของขมับ และทำให้ริ้วรอยตีนกาต่างๆ ดูเลือนลางและจางลง

2.บริเวณโหนกแก้ม

ฉีดเพื่อแก้ไขปัญหาผู้ที่มีใบหน้าไม่มีมิติ มีความแบนราบและไม่สมส่วนของใบหน้า โดยการฉีดโหนกแก้มจะช่วยเพิ่มส่วนเว้าส่วนโค้งบริเวณแก้มขึ้นมาบริเวณใต้ขมับ ให้มีรูปทรงที่เหมาะสมสำหรับใบหน้าและเพื่อให้เกิดมิติที่จะทำให้ใบหน้าของคุณโดดเด่นขึ้นมาได้ นอกจากนี้การฉีดโหนกแก้มยังจะช่วยยกกระชับใบหน้าให้ดูเด็กลงได้ด้วยเช่นกัน

3.บริเวณใต้ตาและร่องน้ำตา

เป็นตำแหน่งยอดฮิตสำหรับผู้ที่มาใช้บริการฉีดฟิลเลอร์ เพราะบริเวณใต้ตานั้น ถือเป็นจุดที่สังเกตเห็นได้ถึงความหมองคล้ำและหย่อนคล้อยเป็นอย่างมาก ยิ่งใครที่มีผิวใต้ตาเยอะมาก ก็จะทำให้ใบหน้าดูโทรมลง แลดูไม่สดใส การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจึงช่วยให้ใบหน้าของคุณสดใสและดูมีสุขภาพดีมากขึ้น

4.บริเวณร่องแก้ม

การฉีดเติมร่องลึกหรือร่องตื้นบริเวณร่องแก้ม จะสามารถช่วยยกกระชับผิวบริเวณดังกล่าวให้อิ่มฟู ทำให้ใบหน้าดูเด็กลง และมีความเปล่งปลั่ง ตึงกระชับมากขึ้น

5.บริเวณคาง

สำหรับผู้ที่มีคางบุ๋ม คางสั้น คางตัด การฉีดฟิลเลอร์บริเวณคางจะแก้ปัญหาเหล่านี้ให้กับรูปคางคุณได้ ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์บริเวณคางนั้นนอกจากจะช่วยแก้จุดบกพร่องของคางได้แล้ว ยังจะช่วยทำให้หน้าดูเรียวขึ้นได้อีกด้วย

6.บริเวณริมฝีปาก หรือมุมปาก

หากคุณอยากมีริมฝีปากสวยอวบอิ่ม หรือมีมุมปากที่ยกขึ้น ก็สามารถใช้ฟิลเลอร์มาเป็นตัวช่วยในการยกกระชับริมฝีปาก เพื่อเพิ่มเสน่ห์ให้กับเรียวปากของคุณได้ โดยการยกมุมปากด้วยฟิลเลอร์นั้นจะช่วยทำให้ใบหน้าของคุณมีความหวานมากขึ้น เหมาะสำหรับสาวหน้าดุที่อยากจะเปลี่ยนลุคของตัวเอง

7.บริเวณจมูก

สำหรับใครที่ต้องการเสริมจมูกให้มีรูปทรงสวยงาม ดั้งโด่งได้ดั่งใจต้องการ แต่ไม่อยากผ่าตัดศัลยกรรม ฟิลเลอร์ช่วยคุณได้แน่นอน โดยสารที่ฉีดเข้าไปบริเวณจมูกนั้น จะสามารถปั้นเป็นรูปทรงได้ตามที่ใจคุณต้องการ ถือเป็นวิธีการเสริมจมูกที่ปลอดภัย และสามารถแก้ไขได้หากคุณไม่ชอบรูปทรงเดิมที่ทำ

8.บริเวณแนวกราม

ใครที่มีรอยกรามชัดๆ อยากแก้ไขปัญหาแนวกรามให้หน้าดูเรียวขึ้น ก็สามารถใช้ฟิลเลอร์ฉีดเพื่อปรับแต่งบริเวณแนวกรามได้ ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์กรามจะช่วยทำให้ผิวหน้าตึงขึ้น ลดแก้มห้อย และมีกรอบหน้าที่ชัดเจนได้มากกว่าเดิม

ฉีดฟิลเลอร์ได้ที่บริเวณไหนบ้าง?


LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here