การฉีดฟิลเลอร์ ถือเป็นนวัตกรรมเพื่อความงามสำหรับหญิงสาวยุคใหม่ที่ปรารถนามีใบหน้ากระชับเรียวได้รูปสวยงาม ดูอ่อนกว่าวัยในระยะเวลาอันรวดเร็ว เพราะหลังจากใช้เวลาฉีดไม่ถึง 30 นาที คุณก็จะมีผิวหน้าในส่วนต่างๆ ที่ยกกระชับและเข้ารูปสวยงามมากขึ้น โดยฟิลเลอร์ที่ได้รับควานิยมในปัจจุบันนั้น นอกจากจะมีฟิลเลอร์ร่องแก้ม, ฟิลเลอร์ใต้ตาแล้ว อีกหนึ่งฟิลเลอร์ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันก็คือ ฟิลเลอร์จมูก ซึ่งถือเป็นทางลัดสำหรับสาวๆ ที่ต้องการมีรูปจมูกที่สวยงาม มีดั้งโด่งได้ตามต้องการ โดยที่ไม่ต้องศัลยกรรมหรือผ่าตัดให้ต้องเจ็บตัว อีกทั้งยังไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้น เพราะหลังจากฉีดเสร็จแล้วก็สามารถกลับบ้านและใช้ชีวิตตามปกติได้เลย

ฟิลเลอร์จมูก

ฟิลเลอร์จมูก คืออะไร ?

ฟิลเลอร์จมูก คือการใช้สารเติมเต็มจากธรรมชาติประเภท Hyaluronic Acid หรือ HA ฉีดเข้าไปภายใต้ชั้นผิวหนังบริเวณจมูก เพื่อช่วยปรับจมูกให้ได้รูปทรงตามที่ต้องการ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหารูปทรงจมูกไม่สมส่วน ทั้งบริเวณดั้ง สันจมูกหรือปีกจมูก ไม่ว่าจะส่วนไหนของบริเวณจมูก ก็สามารถฉีดฟิลเลอร์เพื่อปรับรูปทรงได้ โดยการฉีดฟิลเลอร์จมูกนั้น สารที่ฉีดเข้าไปใต้ชั้นผิวของจมูก จะจับตัวเป็นรูปทรงที่ต้องการ จึงสามารถช่วยปรับรูปดั้งหรือสันจมูกให้เชิดโด่งสูงและสวยงามมากขึ้นได้ ซึ่งสารดังกล่าวจะอยู่ภายในชั้นผิวได้ยาวนานถึง 1-2 ปี จากนั้นจะสลายหายไปตามธรรมชาติ โดยไม่ทิ้งสารตกค้างใดๆ เอาไว้ จึงปลอดภัยกับผู้ที่ต้องการฉีดฟิลเลอร์จมูกมากกว่าการใช้สารประเภทอื่นฉีดเข้าไป

ฟิลเลอร์จมูก คืออะไร ?

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์จมูก

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์จมูกคือ ใช้เวลารวดเร็วในการปรับรูปทรงของจมูก และเจ็บน้อยกว่าการทำศัลยกรรมตกแต่งจมูก โดยหลังจากทำแล้วก็จะเห็นผลลัพธ์ของการฉีดทันที การฉีดฟิลเลอร์จมูกนั้นไม่ทิ้งรอยแผลเป็นเหมือนการผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น หลังจากทำเสร็จแล้วสามารถกลับบ้าน แต่งหน้า ใช้ชีวิตตามปกติได้ อีกทั้งการฉีดฟิลเลอร์จมูกยังสามารถปั้นรูปทรงของจมูกได้ตามต้องการ จึงมีความเป็นธรรมชาติมากกว่าการศัลยกรรมผ่าตัดเสริมจมูกด้วยซิลิโคน ที่ในบางรายนั้นอาจจะทำออกมาแล้วเห็นเป็นแท่งชัดเจน นอกจากนี้ยังดูแลง่ายไม่ต้องระวังมากเท่ากับการผ่าตัดเสริมจมูก

ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์จมูก

หากฉีดฟิลเลอร์จมูกกับแพทย์ที่ขาดความเชี่ยวชาญหรือแพทย์ที่ไม่มีประสบการณ์ อาจทำให้ฟิลเลอร์จับตัวเป็นก้อน หรือได้รูปทรงที่ผิดเพี้ยนไปจากที่ต้องการได้ หรือถ้าหากใช้เข็มหรือเครื่องมือที่ไม่สะอาด ก็มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อได้เช่นกัน ดังนั้นหากคุณต้องการฉีดฟิลเลอร์ให้ปลอดภัยมากที่สุด ควรปรึกษาแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อประเมินความเสี่ยงต่างๆ ในการฉีดฟิลเลอร์จมูก และเพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี จะช่วยให้เห็นผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจมากขึ้น

ข้อดี ข้อเสีย ของการฉีดฟิลเลอร์จมูก

ฉีดฟิลเลอร์จมูก อันตรายไหม ?

อย่างที่กล่าวเอาไว้ข้างต้น การฉีดฟิลเลอร์จมูกจะอันตรายหรือไม่อันตรายนั้น ขึ้นอยู่กับผู้ที่ทำการฉีดให้ หากอยู่ภายใต้ความดูแลของแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในการฉีด ก็จะไม่เกิดอันตราย เพราะแพทย์จะสามารถประเมินได้ว่าควรใช้ปริมาณฟิลเลอร์ในการฉีดมากน้อยแค่ไหน และควรฉีดอย่างไร ปรับรูปทรงอย่างไร ทำให้คุณจะได้รูปทรงของจมูกตามที่ต้องการ แต่ถ้าหากฉีดในคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐาน มีเครื่องไม้เครื่องมือที่ไม่สะอาด ไม่ทันสมัย และฉีดโดยผู้ที่ขาดความเชี่ยวชาญก็อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงอันตรายตามมาได้

ฉีดฟิลเลอร์จมูก อันตรายไหม ?

รวม Q/A เกี่ยวกับฟิลเลอร์จมูก ครบทุกเรื่องสำคัญที่คนอยากฉีดฟิลเลอร์จมูก ต้องรู้ !!!

Q : ฉีดฟิลเลอร์จมูก ได้ผลจริงหรือไม่ ?

A : การฉีดฟิลเลอร์จมูก คือการใช้สารเติมเต็มที่ได้จากธรรมชาติอย่าง Hyaluronic Acid มาฉีดเข้าบริเวณใต้ชั้นผิวจมูก ทำให้สารดังกล่าวเข้าไปเติมเต็มส่วนที่ขาดหายในชั้นผิว จึงสามารถปั้นจมูกให้เป็นรูปทรงต่างๆ ได้ตามต้องการ โดยสามารถปรับแต่งได้ตามความพึงพอใจของลูกค้า ซึ่งเป็นวิธีการที่ดีกว่าการเสริมจมูกด้วยซิลิโคน เพราะสามารถแก้ไขได้ยาก ดังนั้น การฉีดฟิลเลอร์จมูกจึงสามารถทำแล้วเห็นผลจริง ไม่ใช่เพียงแต่จมูกเท่านั้น แต่ฟิลเลอร์ยังสามารถใช้ฉีดเข้าสู่ชั้นผิวบริเวณส่วนอื่นๆ ของใบหน้าและตามร่างกายได้ด้วย ซึ่งก็มีหลักในการทำงานคล้ายๆ กันนั่นก็คือ เติมเต็มชั้นผิวในส่วนที่ขาดหาย ทำให้เกิดความตึงกระชับ ลดเลือนริ้วรอย ร่องลึกและร่องตื้น ส่งผลให้ใบหน้ากลับมามีความอ่อนกว่าวัยได้อีกครั้ง

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องคำนึงถึงสารฟิลเลอร์ที่นำมาฉีดไว้เสมอว่า ต้องเป็นสารที่ได้รับมาตรฐานความปลอดภัยจากอย. เป็นสารฟิลเลอร์ถูกหลักอนามัย เป็นผลิตภัณฑ์ของแท้ ไม่ใช่ของเลียนแบบ เพราะหากนำสารฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐานมาฉีดลงไปในชั้นผิวบริเวณจมูก ก็อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงอันตรายตามมาได้ และไม่เกิดผลลัพธ์ตามที่คนไข้ต้องการ

ฉีดฟิลเลอร์จมูก ได้ผลจริงหรือไม่ ?

Q : การฉีดฟิลเลอร์จมูก เหมาะกับใคร ?

A: การฉีดฟิลเลอร์จมูก เหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับโครงสร้างของจมูกให้แตกต่างไปจากเดิม โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นที่ผู้ไม่พอใจในรูปทรงจมูกเดิมของตนเอง โดยสามารถแบ่งเป็นลักษณะของจมูกที่เหมาะสำหรับการปรับเปลี่ยนรูปทรงด้วยการฉีดฟิลเลอร์ ดังต่อไปนี้

1.จมูกเรียบแบบราบ

ผู้ที่มีลักษณะของจมูกเรียบ ดั้งแบนราบ เป็นกลุ่มที่เหมาะสำหรับการฉีดฟิลเลอร์เพื่อปรับรูปดั้งและสันจมูกให้สูงขึ้น โดยใช้ปริมาณฟิลเลอร์เพียงเล็กน้อย ฉีดบริเวณเนื้อเยื่ออ่อนในตำแหน่งส่วนกลางของจมูก แล้วปั้นให้เกิดรูปทรง ก็จะทำให้สามารถปรับจมูกให้มีดั้งที่โดดเด่นสวยงามได้

2.จมูกโตเป็นลูกชมพู่

สำหรับผู้ที่มีปัญหาจมูกมีรูปทรงใหญ่เกินไป ไม่รับกับใบหน้า รูปทรงจมูกคล้ายลักษณะผลชมพู่ ก็สามารถฉีดฟิลเลอร์เพื่อปรับรูปทรงจมูกให้มีสัดส่วนที่เหมาสมมากขึ้น โดยวิธีการปรับคือ ฉีดเสริมบริเวณดั้งให้โด่งมากขึ้น ซึ่งการฉีดในลักษณะนี้จะช่วยรั้งให้ส่วนปลายของจมูกเชิดขึ้นและปีกจมูกจะหดตัวลงทำให้บริเวณด้านข้างของปีกมีลักษณะแคบขึ้นมากกว่าเดิม

3.จมูกเบี้ยวผิดรูป

ฟิลเลอร์จมูกสามารถเติมเต็มเนื้อเยื่อบริเวณจมูกที่ขาดหายไป ด้วยการฉีดปรับรูปทรงที่ผิดเบี้ยวไม่ได้รูปให้มีความสมส่วนสวยงามมากขึ้นได้ แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแพทย์ด้วยเช่นกัน หากฉีดโดยแพทย์ที่มีความชำนาญก็จะทำให้จมูกของคนไข้เกิดเป็นรูปทรงที่สวยตรงใจมากขึ้น

4.จมูกที่ไม่สมส่วนจากการศัลยกรรม

หากคนไข้มีปัญหาจากจมูกที่ไม่สมส่วน ผิดรูปทรงโดยมีสาเหตุมาจากการศัลยกรรม ก็สามารถแก้ไขได้ด้วยการฉีดฟิลเลอร์จมูกเพื่อปรับรูปทรงให้ของจมูกให้เข้าที่เข้าทางมากขึ้น โดยเฉพาะจมูกที่มีความบิดเบี้ยวของปีกจมูก หรือมีปลายของจมูกแหลมหรืองุ้มมากเกินไป ก็สามารถใช้ฟิลเลอร์แก้ไขได้

การฉีดฟิลเลอร์จมูก เหมาะกับใคร ?

Q : ก่อนฉีดฟิลเลอร์จมูก ควรคำนึงถึงอะไรบ้าง ?

A : สิ่งที่ควรคำนึงถึงเป็นสำคัญ ก่อนที่จะทำการฉีดฟิลเลอร์จมูก มีด้วยกัน 3 ปัจจัยหลัก ดังนี้

1.ความเชี่ยวชาญในการฉีดของแพทย์ผู้ดูแล

แพทย์ที่ทำการฉีดฟิลเลอร์จมูกให้คุณจะต้องมีความเชี่ยวชาญในการฉีด โดยควรมีประสบการณ์ในการฉีดฟิลเลอร์มาแล้ว เพราะแพทย์ที่มีประสบการณ์จะมีศาสตร์และศิลป์ในการปรับรูปทรงของใบหน้าคนไข้เฉพาะตัว และมีความเข้าใจในการใช้ฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็มชั้นผิวในส่วนต่างๆ ทำให้เกิดประสิทธิภาพของผลลัพธ์ที่ดีมากขึ้น หากฉีดฟิลเลอร์จมูกโดยผู้ที่ขาดประสบการณ์ จะทำให้มีโอกาสผิดพลาดค่อนข้างสูง ดังนั้น คุณควรเลือกฉีดฟิลเลอร์จมูกในคลินิกหรือโรงพยาบาลที่มีใบอนุญาต มีเครื่องมือแพทย์พร้อม และมีเครื่องช่วยชีวิตเตรียมไว้หากเกิดกรณีฉุกเฉิน อีกทั้งควรฉีดโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเท่านั้น

2.สารฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐาน เป็นสารฟิลเลอร์แท้

สารฟิลเลอร์ที่นำมาฉีดนั้นจะได้ผลมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับคุณภาพ ยี่ห้อ และปริมาณที่ฉีดเข้าไป หากใช้สารฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน ก็จะทำให้คนไข้เห็นผลลัพธ์ได้น้อย หรือมีรูปทรงจมูกที่ผิดเพี้ยน ไม่ได้ตามที่ต้องการ มีผลข้างเคียงต่างๆ ตามมาได้ง่าย ดังนั้นการเลือกคลินิกที่มีสารฟิลเลอร์ที่มีมาตรฐาน ได้รับการรับรองความปลอดภัยจาก อย. หรือสารฟิลเลอร์แท้ เป็นสิ่งที่คนไข้ควรคำนึงถึงเป็นสำคัญ เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง และผลลัพธ์ที่ดีหลังจากการฉีด

3.สถานที่ฉีด

การฉีดฟิลเลอร์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นฟิลเลอร์ปาก ฟิลเลอร์ตา ฟิลเลอร์จมูก หรือบริเวณส่วนใดก็ตามของร่างกาย นอกจากจะต้องฉีดกับแพทย์ผู้ชำนาญการ ฉีดด้วยสารฟิลเลอร์ที่มีมาตรฐานหรือเป็นของแท้แล้ว ก็ต้องฉีดภายในสถานพยาบาล คลินิกหรือสถาบันเสริมความงามที่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย หากฉีดในสถานที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต มีเครื่องมือไม่สะอาด ไม่ได้มาตรฐาน ก็อาจทำให้เกิดอันตรายต่อตัวคนไข้ได้

ก่อนฉีดฟิลเลอร์จมูก ควรคำนึงถึงอะไรบ้าง ?

Q : ข้อดีของฟิลเลอร์จมูก มีอะไรบ้าง ?

A : การฉีดฟิลเลอร์จมูก มีข้อดี ดังนี้

1.ได้รูปทรงจมูกที่สวยงามตามต้องการหลังจากฉีดทันที

การฉีดฟิลเลอร์จมูก จะทำให้คนไข้เห็นผลลัพธ์ที่แตกต่างของรูปทรงจมูกที่ได้รูปทรงสวยงาม เป็นสัดส่วนมากขึ้นทันทีหลังจากการฉีด เช่นเดียวกับการเสริมจมูกด้วยการผ่าตัด แต่วิธีนี้เป็นวิธีที่รวดเร็วกว่า ไม่ต้องวางยาสลบ เพียงแค่ฉีดยาชา และใช้เวลาในการฉีดฟิลเลอร์จมูกไม่เกิน 30 นาทีก็มีรูปทรงจมูกที่สวยได้ดังใจต้องการ

2.ดูแลไม่ยาก ไม่ต้องพักฟื้น

หลังจากฉีดฟิลเลอร์เสร็จแล้ว คุณไม่จำเป็นต้องใช้เวลาพักฟื้น ฉีดเสร็จก็สามารถกลับบ้าน แต่งหน้า ใช้ชีวิตได้ตามปกติ แตกต่างจากการผ่าตัดเสริมจมูก ที่ต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน ต้องระมัดระวังในการใช้ชีวิตเป็นพิเศษ ดังนั้นการฉีดฟิลเลอร์จมูก จึงเหมาะสำหรับผู้ที่กลัวความเจ็บจากการผ่าตัด และต้องการผลลัพธ์หลังการรักษาที่ตรงตามความต้องการ ไม่ต้องพักฟื้น และไม่ต้องคอยระมัดระวังในการดูแลตัวเองหลายขั้นตอน

3.ให้รูปทรงจมูกที่เป็นธรรมชาติมากกว่าการผ่าตัด

เนื่องด้วยการผ่าตัดศัลยกรรมเสริมจมูกนั้น จะต้องใช้ซิลิโคนสอดเข้าไปในชั้นผิว ทำให้รูปทรงที่ได้จะมีลักษณะเป็นแท่ง ดูไม่เป็นธรรมชาติ แต่การใช้ฟิลเลอร์มาฉีดบริเวณใต้ผิวหนังของจมูกนั้น สารที่อยู่ในชั้นผิวจะมีความยืดหยุ่น สามารถปั้นเป็นรูปทรงได้ตามต้องการ ไม่จับตัวเป็นก้อนแข็ง ทำให้จมูกออกมามีรูปทรงที่เป็นธรรมชาติมากกว่า

4.สารฟิลเลอร์อยู่ใต้ชั้นผิวได้ยาวนาน 1 ปี

ปกติสารฟิลเลอร์จะอยู่ภายใต้ชั้นผิวหลังจากฉีดในระยะเวลา 1 ปี แต่ถ้าหากดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม ก็จะสามารถอยู่ได้นานถึง 2 ปี หลังจากนั้นสารฟิลเลอร์จะสลายหายไปตามธรรมชาติ 100% ไม่ทิ้งสารตกค้างเอาไว้ภายใต้ชั้นผิว

5.หากฉีดแล้วไม่พอใจในผลลัพธ์สามารถปรับแก้ใหม่ได้ง่าย

หลังจากฉีดแล้ว หากคนไข้ไม่พอใจในผลลัพธ์ของการฉีด ก็สามารถกลับมาปรึกษาแพทย์เพื่อปรับแก้รูปทรงได้ โดยแพทย์จะใช้สารสลายฟิลเลอร์ในการรักษา หรือถ้าต้องการฉีดใหม่ก็ควรให้แพทย์ประเมินก่อน แตกต่างจากการผ่าตัดศัลยกรรมเสริมจมูกด้วยซิลิโคนที่การแก้ไขหลังจากทำแล้วนั้น เป็นไปได้ยาก แถมยังไม่เจ็บตัวเหมือนการผ่าตัดอีกด้วย

ข้อดีของฟิลเลอร์จมูก มีอะไรบ้าง ?

Q : ข้อควรระวังในการฉีดฟิลเลอร์จมูก ?

A : การฉีดฟิลเลอร์จมูก เป็นการฉีดเพื่อเติมเต็มชั้นผิวภายในจมูก ซึ่งแตกต่างจากการทำศัลยกรรมเสริมจมูกแบบถาวร ทำให้เมื่อสารฟิลเลอร์สลายหายไปตามเวลา ก็อาจจะต้องกลับมาฉีดซ้ำ ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้น โดยส่วนใหญ่แล้วจะใช้เวลาในการฉีด ปีละ 1 ครั้งเป็นอย่างน้อย นอกจากนี้การฉีดฟิลเลอร์ยังมาพร้อมข้อควรระวังในหลายๆ อย่าง สำหรับผู้ที่ต้องการฉีด โดยเฉพาะสตรีมีครรภ์หรือกำลังอยู่ในระหว่างการให้นมบุตร ควรหลีกเลี่ยงการฉีดฟิลเลอร์จมูก หากผู้ที่มีประวัติแพ้ยาชา อยู่ในภาวะเลือดไหลไม่หยุด ห้ามเลือดยาก มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของฟิลเลอร์มาก่อน ควรรับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้ดูแลก่อนทำทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยของคนไข้

การฉีดฟิลเลอร์จมูกเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดนั้น แพทย์จะต้องประเมินเนื้อจมูกเดิมของคนไข้ก่อน หากเนื้อจมูกเดิมมีน้อยมากเกินไป ก็อาจจะไม่สามารถเห็นผลลัพธ์ได้ตามที่ต้องการ 100% ดังนั้น การเข้ารับคำปรึกษากับแพทย์ก่อนการฉีดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คนไข้เกิดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องและเหมาะสมมากขึ้น

ข้อควรระวังในการฉีดฟิลเลอร์จมูก ?

Q : ก่อนฉีดฟิลเลอร์จมูก ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ?

A : การฉีดฟิลเลอร์จมูก ควรมีขั้นตอนในการเตรียมตัวที่เหมาะสมก่อนฉีดเพื่อให้ร่างกายพร้อมมากที่สุดในการฉีดฟิลเลอร์ โดย 2 อาทิตย์ก่อนทำ คนไข้ควรหาข้อมูลรีวิวจากผู้ที่เคยฉีดฟิลเลอร์ในคลินิกหรือสถาบันเสริมความงามนั้นๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจ โดยควรเลือกรีวิวที่เป็นคลิปวีดิโอ เพราะมีความน่าเชื่อถือกว่า นอกจากนี้ควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ในคลินิกหรือสถาบันเสริมความงามนั้นๆ เพื่อให้แพทย์ได้ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับตัวคุณ ว่าแพ้ยาชาหรือไม่ มีประวัติที่เกี่ยวข้องกับการฉีดฟิลเลอร์มาแล้วมากน้อยแค่ไหน มีโรคประจำตัวใดบ้าง เพราะผู้ที่เคยมีประวัติแพ้ยาชา หรือแพ้สารจำพวก Hyaluronic Acid จะไม่สามารถฉีดฟิลเลอร์ได้ รวมถึงสตรีมีครรภ์ และสตรีที่กำลังให้นมบุตร จะต้องหลีกเลี่ยงการฉีดสารฟิลเลอร์เข้าสู่ร่างกาย ดังนั้นควรขอคำปรึกษาจากแพทย์ก่อนการฉีดทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยของตัวคนไข้เอง

กรณีที่ผู้ที่ป่วยเป็นโรคเริม หรืองูสงัด แนะนำว่าควรรอให้อาการหายดีก่อนที่จะฉีด ส่วนผู้ที่รับประทานวิตามิน อาหารเสริมประเภท Vitamin E, Garlic , Primrose Oil, St. Johns Wort, Ginko Biloba ควรงดวิตามินเหล่านี้ก่อนการฉีดฟิลเลอร์จมูกอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เช่นเดียวกับผู้ที่รับประทานยาแอสไพริน อาทิ Ibuprofen, Dicofenac, Ponstan ควรงดรับประทานยาเหล่านี้ก่อนการฉีด 1 สัปดาห์ด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ ก่อนฉีดฟิลเลอร์ 24 ชั่วโมง ควรงดดื่มแอลกอฮอลล์ สูบบุหรี่ และงดทำกิจกรรมทุกประเภทที่ส่งผลให้เลือดสูบฉีดเยอะ เช่น ออกกำลังกายประเภทคาร์ดิโอ เข้าซาวน่า เพราะอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงหลังการฉีดได้

ก่อนฉีดฟิลเลอร์จมูก ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ?

Q : ฉีดฟิลเลอร์จมูก จมูกบวมกี่วัน ?

A : หลังจากฉีดฟิลเลอร์จมูกแล้ว อาจจะมีอาการบวมหรือไม่มีก็ได้ ซึ่งหากมีอาการบวม รอยช้ำ รอยแดง โดยอาการเหล่านี้จะอยู่ราวๆ 3-7 วัน จากนั้นจะจางหายไปจนเป็นปกติ ซึ่งอาการบวม รวมไปถึงรอยแดง รอยช้ำ เกิดมาจากขั้นตอนในการฉีดที่อาจจะใช้เข็มฉีดยาจิ้มหนักเกินไปบริเวณส่วนต่างๆ ของจมูก ทำให้เกิดผลข้างเคียงเล็กน้อยตามมาได้ หากคนไข้มีอาการดังกล่าวไม่ต้องกังวลไป เพราะอาการเหล่านี้เป็นเรื่องปกติในการฉีดฟิลเลอร์ทุกประเภท

Q : ฉีดฟิลเลอร์จมูก เห็นผลทันทีหรือไม่ ?

A : การฉีดฟิลเลอร์จมูกจะเห็นผลทันทีหลังจากฉีดเสร็จ โดยแพทย์จะทำการปรับรูปทรงจมูกของคนไข้ให้เข้าที่ ได้สัดส่วนสวยงาม ซึ่งจะใช้เวลาในส่วนดังกล่าวราวๆ 10-30 นาที ขึ้นอยู่กับความชำนาญของแพทย์และปริมาณสารฟิลเลอร์ที่ใช้ฉีด หากต้องปรับรูปทรงทั่วทั้งบริเวณจมูก ก็ต้องใช้เวลานานขึ้นกว่าปกติ โดยในระหว่างทำนั้น หากคนไข้ได้รับการฉีดยาชามาก่อนแล้วก็จะไม่รู้สึกเจ็บ หลังจากทำเสร็จก็จะเห็นผลการเปลี่ยนแปลงของรูปทรงจมูกได้ 100% และผลลัพธ์จะชัดเจนขึ้นหลังจากทำประมาณ 1-2 สัปดาห์ เนื่องจากในบางรายอาจจะมีอาการบวมเกิดขึ้นหลังจากฉีดฟิลเลอร์ ทำให้จำเป็นต้องรอให้อาการเหล่านั้นหายเสียก่อน จึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุด

อย่างไรก็ตาม หากคนไข้ที่ยังไม่พอใจในรูปทรงจมูกหลังจากการฉีดฟิลเลอร์ ก็สามารถขอคำปรึกษาจากแพทย์เพื่อฉีดเพิ่มเติมได้ โดยแพทย์จะพิจารณาประเมินความเหมาะสมในการฉีด เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับตัวคนไข้มากที่สุด

ฉีดฟิลเลอร์จมูก เห็นผลทันทีหรือไม่ ?

Q : หลังจากฉีดฟิลเลอร์จมูก ควรปฏิบัติตัวอย่างไร ?

A : หลังจากฉีดฟิลเลอร์จมูกแล้ว สิ่งที่คนไข้ควรปฏิบัติตัวให้ถูกต้องและเหมาะสมเพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนมากขึ้น มีดังนี้

1.ภายใน 6 ชั่วโมงหลังจากการฉีด หากเกิดอาการบวมช้ำ ให้ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นหรือผ้าพันน้ำแข็ง ประคบเบาๆ บริเวณที่บวม จะช่วยให้อาการบวมดีขึ้นได้ และถ้าหากยาชาหมดฤทธิ์และเกิดอาการปวดในช่วงหลังจากฉีด คนไข้สามารถรับประทานยาพาราเซตามอลเพื่อบรรเทาอาการปวดได้ หากยังปวดอยู่ให้เปลี่ยนมารับประทานยาแก้ปวดในกลุ่มอื่นๆ เช่น Ibuprofen, Arcoxia หรือ Diclofenac แทน

2.ในช่วง 48 ชั่วโมงแรกหลังจากการฉีด ควรงดออกกำลังกายหนักๆ หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่ร้อนจัด หรือมีอุณหภูมิสูง เช่น ซาวน่า เพราะจะทำให้เกิดรอยแดงบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ และควรงดสัมผัส ลูบคลำ นวด คลึง หรือปั้นจมูกให้เป็นรูปทรงด้วยตัวเอง เพราะอาจทำให้จมูกผิดรูปทรงไปจากเดิมได้

3.ในช่วง 2-3 คืนแรกหลังจากการฉีด คนไข้ควรนอนในห้องแอร์ที่มีอุณหภูมิ 18-23 องศาเซลเซียส โดยยกหมอนให้สูงกว่าบริเวณหน้าอก หรือใช้หมอนหนุนอย่างน้อย 2 ใบ เพื่อให้สารฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไป อยู่ในสภาพคงตัวอย่างเหมาะสม หลีกเลี่ยงการนอนตะแคง หรือนำหมอนมากดทับบริเวณหน้า เพื่อป้องกันการเคลื่อนตัวของฟิลเลอร์

4.ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร โดยเฉพาะในช่วง 1 สัปดาห์แรกหลังการฉีด เพื่อช่วยเสริมประสิทธิภาพให้ฟิลเลอร์เติมเต็มใต้ชั้นผิวหนังได้ดีขึ้น โดยการดื่มน้ำมากๆ นั้นจะช่วยให้ฟิลเลอร์ฟู และลดอาการบวมช้ำจากแรงกระแทกภายในอกได้ดี

หลังจากฉีดฟิลเลอร์จมูก ควรปฏิบัติตัวอย่างไร ?

Q : ฉีดฟิลเลอร์จมูก มีผลข้างเคียงหรือไม่ ?

A : ผลข้างเคียงที่พบได้หลังจากการฉีดฟิลเลอร์จมูกก็คือ อาการบวม โดยส่วนใหญ่เป็นผลข้างเคียงปกติของการฉีดฟิลเลอร์จมูก ซึ่งอาการเหล่านี้จะหายไปหลังจากฉีดภายในไม่กี่วัน แนะนำให้คนไข้ประคบน้ำแข็งหรือน้ำเย็นอย่างแผ่วเบาบริเวณจมูกภายใน 6 ชั่วโมงหลังจากฉีด ก็จะช่วยบรรเทาอาการให้ดีขึ้นได้ หรือถ้ามีอาการปวดหลังฉีดก็ให้รับประทานยาในกลุ่มแก้ปวด แต่ถ้าหากอาการดังกล่าวยังไม่หายไป ให้คุณกลับมาพบแพทย์อีกครั้งเพื่อทำการตรวจอย่างละเอียด

สำหรับผู้ที่มีอาการปวดร่วมกับรอยบวมแดงมากผิดปกติ หรือสีผิวบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์เปลี่ยนจากสีเดิมเป็นสีน้ำตาลหรือสีดำ ควรปรึกษาแพทย์ที่ทำการฉีดฟิลเลอร์จมูกให้กับคุณโดยด่วน โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงกำหนดการนัดหมายครั้งต่อไป เพราะอาการเหล่านั้นอาจจะกลายเป็นอาการอักเสบหรือติดเชื้อตามมาได้

Q : ฉีดฟิลเลอร์จมูกแล้ว ยังสามารถเสริมจมูกด้วยซิลิโคนได้หรือไม่ ?

A : เนื่องจากสารฟิลเลอร์เป็นสารธรรมชาติที่สามารถสลายหายไปได้ 100% ภายในระยะเวลา 1 ปี ดังนั้นหากคนไข้ต้องการเสริมจมูกด้วยซิลิโคนแบบถาวร จึงจำเป็นต้องรอให้ฟิลเลอร์เดิมสลายหายไปหมดก่อน หรือถ้าต้องการเสริมจมูกถาวร ในช่วงก่อนที่ฟิลเลอร์จะสลายหายไปหมด ก็สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อทำการฉีดสารสลายฟิลเลอร์ได้

ฉีดฟิลเลอร์จมูกแล้ว ยังสามารถเสริมจมูกด้วยซิลิโคนได้หรือไม่ ?

Q : ฟิลเลอร์จมูก อยู่ได้นานเท่าไหร่ ?

A : การฉีดฟิลเลอร์จมูก ส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ได้ยาวนานถึง 1 ปี หลังจาก 1 ปี สารฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปจะสลายหายไปตามธรรมชาติ ผู้ที่ต้องการคงรูปทรงของจมูกให้อยู่ในสภาพเดิม จึงจำเป็นต้องกลับมาฉีดซ้ำอีกครั้ง

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติและดูแลตัวเองของคนไข้หลังจากการฉีดด้วย หากคนไข้ดูแลตัวเองไม่เหมาะสม เช่น ไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ อยู่ในสถานที่ที่มีอุณหภูมิหลังจากฉีด ออกกำลังกายอย่างหนักหลังจากฉีด ก็อาจทำให้สารฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปในชั้นผิวหนังนั้น ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้ฟิลเลอร์ไม่สามารถคงสภาพอยู่ในระยะเวลาที่เหมาะสมได้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี เพื่อให้สารฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปนั้น ออกฤทธิ์ คงสภาพภายใต้ชั้นผิวอย่างเหมาะสม และเพื่อให้คนไข้เสียเงินในการฉีดฟิลเลอร์จมูกอย่างคุ้มค่ามากที่สุด

ฟิลเลอร์จมูก อยู่ได้นานเท่าไหร่ ?

Q : ฉีดฟิลเลอร์จมูก ราคาเท่าไหร่ ?

A : ฟิลเลอร์จมูก ไม่มีราคาแน่นอน เพราะขึ้นอยู่กับปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ว่ามากน้อยแค่ไหน เนื่องจากรูปทรงจมูกของแต่ละคนมีต้นทุนที่แตกต่างกัน บางคนเนื้อจมูกเดิมมาก ซึ่งอาจจะใช้ปริมาณฟิลเลอร์เพียงเล็กน้อย บางคนต้นทุนจมูกน้อย ก็อาจจะต้องใช้ฟิลเลอร์ในปริมาณมาก นอกจากนี้ราคาในการฉีดยังแตกต่างจากยี่ห้อของฟิลเลอร์ด้วยเช่นกัน หากเป็นฟิลเลอร์ที่มีคุณภาพนำเข้าจากต่างประเทศ ฉีดแล้วผลข้างเคียงน้อย ก็มักจะเป็นฟิลเลอร์ที่มีราคาสูง อีกทั้งยังขึ้นอยู่กับความชำนาญการของแพทย์อีกด้วย

ดังนั้น คนไข้ควรตั้งงบประมาณในการฉีดฟิลเลอร์เอาไว้ และควรนัดพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินก่อนการฉีด โดยแนะนำให้แจ้งแพทย์ถึงงบประมาณที่มี เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการฉีดภายใต้งบประมาณของคุณมากที่สุด


LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here